หากระหว่างขับรถแล้วสังเกตเห็น สัญลักษณ์รูปยางพร้อมเครื่องหมายตกใจ (!) บนหน้าปัด หลายคนอาจรู้สึกกังวลว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถ
สัญลักษณ์นี้คือ TPMS (Tire Pressure Monitoring System) หรือระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง ซึ่งมีหน้าที่แจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมของยางต่ำกว่าค่าที่กำหนด อย่างไรก็ตาม ไฟเตือน TPMS ไม่ได้บอกสาเหตุทั้งหมด และไม่สามารถทดแทนการ เช็กยางรถยนต์ ด้วยตนเองได้ ดังนั้นเมื่อไฟเตือนแสดงขึ้น ควรรีบตรวจสอบโดยเร็ว
TPMS คืออะไร?
TPMS คือระบบที่ช่วยตรวจสอบแรงดันลมยางของรถยนต์ โดยมีอยู่ 2 รูปแบบหลัก ได้แก่
- Direct TPMS ใช้เซ็นเซอร์วัดแรงดันลมที่ติดตั้งอยู่ภายในล้อ
- Indirect TPMS ใช้ข้อมูลจากระบบ ABS และความเร็วรอบล้อเพื่อประเมินความผิดปกติของแรงดันลมยาง
ไม่ว่าจะเป็นระบบแบบใด จุดประสงค์หลักคือช่วยเตือนผู้ขับเมื่อยางมีแรงดันต่ำกว่าระดับที่ปลอดภัย
สาเหตุที่ไฟ TPMS โชว์
ไฟเตือนอาจเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น
- ลมยางอ่อนกว่าค่าที่กำหนด
- อุณหภูมิภายนอกลดลง ทำให้แรงดันลมลดลง
- ยางรั่วหรือมีตะปูตำ
- เซ็นเซอร์ TPMS ขัดข้อง
- เปลี่ยนยางหรือสลับล้อโดยยังไม่ได้รีเซ็ตระบบ
ดังนั้น อย่ารีบสรุปว่าเซ็นเซอร์เสียเสมอไป ควรเริ่มจากการตรวจลมยางก่อน
เมื่อไฟ TPMS ขึ้น ควรทำอย่างไร?
1. หยุดรถในจุดที่ปลอดภัย
หากไฟเตือนขึ้นระหว่างขับขี่ ไม่ควรเบรกกะทันหัน ให้ลดความเร็วและจอดในบริเวณที่ปลอดภัย
จากนั้นตรวจสอบสภาพยางทั้ง 4 เส้นด้วยสายตา
- มียางแบนหรือไม่
- มีรอยฉีกหรือบวมหรือไม่
- มีสิ่งแปลกปลอมฝังอยู่หรือไม่
2. ตรวจลมยางทุกเส้น
ใช้เกจวัดแรงดันลมเพื่อตรวจ ลมยาง ทั้ง 4 เส้น รวมถึงยางอะไหล่ (หากมี)
ควรอ้างอิงค่าลมยางจาก
- สติกเกอร์ที่เสาประตูฝั่งคนขับ
- คู่มือรถยนต์
ไม่ใช่ ตัวเลขแรงดันสูงสุดที่พิมพ์อยู่บนแก้มยาง เพราะเป็นคนละค่ากัน
3. เติมลมยางให้ถูกต้อง
หากพบว่าลมยางต่ำ
- เติมลมให้ได้ตามค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด
- ตรวจสอบอีกครั้งหลังเติมเสร็จ
ในรถหลายรุ่น ไฟ TPMS จะดับเองหลังแรงดันลมกลับสู่ค่าปกติ หรืออาจต้องรีเซ็ตระบบตามคู่มือรถ
4. หากไฟยังไม่ดับ
หากเติมลมแล้ว แต่ไฟยังแสดงอยู่ อาจเกิดจาก
- เซ็นเซอร์ TPMS มีปัญหา
- ระบบยังไม่ได้รีเซ็ต
- มีลมรั่วช้า
- ยางได้รับความเสียหายภายใน
กรณีนี้ควรนำรถเข้าตรวจที่ ศูนย์บริการยาง หรือศูนย์บริการรถยนต์
TPMS ไม่สามารถแทนการตรวจลมยางได้
หลายคนคิดว่า
"มี TPMS แล้ว ไม่ต้องเช็กลมยาง"
ความจริงแล้ว TPMS เป็นเพียงระบบแจ้งเตือนเมื่อแรงดันลดลงถึงระดับหนึ่ง ซึ่งหมายความว่า ลมยางอาจต่ำกว่าค่าที่เหมาะสมมาระยะหนึ่งแล้วก่อนที่ไฟจะขึ้น
ผู้เชี่ยวชาญจึงยังแนะนำให้ตรวจลมยางด้วยเกจวัดอย่างน้อย เดือนละ 1 ครั้ง แม้ว่ารถจะมี TPMS ก็ตาม
อย่าลืมตรวจดอกยางและสภาพยาง
ทุกครั้งที่ตรวจ ลมยาง ควรตรวจสิ่งต่อไปนี้ควบคู่กัน
- ดอกยาง สึกสม่ำเสมอหรือไม่
- แก้มยางมีรอยบวม แตก หรือฉีกหรือไม่
- มีตะปูหรือเศษโลหะฝังอยู่หรือไม่
- หน้ายางมีรอยสึกผิดปกติหรือไม่
การ ตรวจสภาพยาง เป็นประจำช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการเดินทาง
ไฟ TPMS เกี่ยวข้องกับการตั้งศูนย์ล้อหรือไม่?
โดยตรงแล้ว TPMS ไม่ได้ใช้วัดศูนย์ล้อ
แต่หากพบว่า
- รถดึงซ้ายหรือขวา
- พวงมาลัยเอียง
- ดอกยางสึกผิดปกติ
- รถสั่นเมื่อใช้ความเร็ว
ควรตรวจเพิ่มเติม ได้แก่
- ตั้งศูนย์ล้อ
- ถ่วงล้อ
- ระบบช่วงล่าง
เพื่อให้ยางสึกสม่ำเสมอและยืดอายุการใช้งานของยาง
เมื่อไรควรเข้าศูนย์บริการยาง?
ควรเข้าตรวจทันที หากพบว่า
- ไฟ TPMS ไม่ดับหลังเติมลม
- ลมยางลดลงซ้ำ ๆ
- รถมีอาการสั่น
- ดอกยางสึกผิดปกติ
- พบรอยเสียหายที่แก้มยาง
ผู้เชี่ยวชาญสามารถช่วย
- เช็กยางรถยนต์
- ตรวจสภาพยาง
- ตรวจ ลมยาง
- ตรวจ ดอกยาง
- ตรวจระบบ TPMS
- ตั้งศูนย์ล้อ
- ถ่วงล้อ
เพื่อให้รถกลับมาพร้อมใช้งานอย่างปลอดภัย
อย่ามองข้ามไฟเตือนลมยาง เพราะอาจช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ได้
แม้ไฟ TPMS จะเป็นเพียงสัญญาณเตือนเล็ก ๆ บนหน้าปัดรถ แต่ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบปัญหาที่สำคัญ การหมั่น เช็กยางรถยนต์, ตรวจสภาพยาง, ตรวจ ลมยาง, สังเกต ดอกยาง และเข้ารับบริการ ตั้งศูนย์ล้อ และ ถ่วงล้อ ตามระยะ จะช่วยให้ ยางรถยนต์ GRIP ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เพิ่มความปลอดภัย และพร้อมพาคุณเดินทางอย่างมั่นใจในทุกเส้นทาง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ GRIP ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: http://grip.co.th/products/1/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: http://grip.co.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: http://grip.co.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: http://grip.co.th/news/list

