ในช่วงหน้าฝน ปัญหา น้ำท่วมขัง เป็นสิ่งที่ผู้ใช้รถในประเทศไทยอาจหลีกเลี่ยงได้ยาก บางครั้งต้องขับรถลุยน้ำเพื่อเดินทางต่อ ขณะที่บางคันอาจจอดอยู่ในพื้นที่น้ำท่วมเป็นเวลาหลายชั่วโมง
หลังน้ำลด หลายคนให้ความสำคัญกับเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า และห้องโดยสารเป็นอันดับแรก แต่ ยางรถยนต์และล้อ ก็เป็นอีกส่วนที่ควรตรวจสอบก่อนนำรถกลับมาใช้งาน โดยเฉพาะหากรถแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานานหรือมีการขับผ่านพื้นที่ที่มองไม่เห็นพื้นถนน
แล้วถ้ายางโดนน้ำท่วม จำเป็นต้อง เปลี่ยนยางรถยนต์ ทันทีหรือไม่? มาดูกันว่าควรตรวจอะไรบ้าง
ยางรถยนต์โดนน้ำ จำเป็นต้องเปลี่ยนทันทีไหม?
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเพียงเพราะยางสัมผัสกับน้ำ
ยางรถยนต์ได้รับการออกแบบมาให้สามารถใช้งานบนถนนเปียกและสัมผัสกับน้ำได้ตามปกติ การขับรถผ่านฝนหรือพื้นที่น้ำขังในระยะสั้นจึงไม่ได้หมายความว่ายางจะเสียทันที
สิ่งที่ควรพิจารณามากกว่าคือ
-
รถแช่น้ำนานแค่ไหน
-
ระดับน้ำสูงเพียงใด
-
ยางและล้อได้รับแรงกระแทกหรือไม่
-
มีสิ่งแปลกปลอมติดอยู่หรือไม่
-
หลังน้ำลดมีอาการผิดปกติเกิดขึ้นหรือไม่
1. ตรวจแก้มยางหารอยบาดและรอยบวม
เวลาขับผ่านน้ำท่วม เราอาจมองไม่เห็นพื้นถนนอย่างชัดเจน
ใต้ผิวน้ำอาจมี
-
หลุม
-
ขอบทาง
-
เศษวัสดุ
-
ของมีคม
ทำให้ยางได้รับแรงกระแทกโดยที่ผู้ขับไม่ทันเห็น
หลังผ่านพื้นที่น้ำท่วมจึงควรตรวจบริเวณ แก้มยาง ว่ามีรอยบาด รอยฉีก หรือก้อนบวมผิดปกติหรือไม่
หากพบยางบวม ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจโดยเร็ว เพราะอาจเกี่ยวข้องกับความเสียหายของโครงสร้างภายในยาง
2. ตรวจดอกยางว่ามีสิ่งแปลกปลอมหรือไม่
น้ำท่วมสามารถพัดพาเศษวัสดุจำนวนมากมาอยู่บนถนน
หลังขับผ่านน้ำควรตรวจ ดอกยาง ว่ามี
-
ตะปู
-
สกรู
-
เศษโลหะ
-
เศษแก้ว
-
วัตถุแหลมคม
ฝังอยู่หรือไม่
หากพบวัตถุฝังอยู่ในยาง ไม่ควรรีบดึงออกทันที เพราะอาจทำให้ลมรั่วเร็วขึ้น ควรนำรถเข้าศูนย์บริการเพื่อประเมินก่อน
3. เช็กลมยางหลังผ่านน้ำท่วม
ควรตรวจ ลมยาง ทุกเส้นหลังรถผ่านสภาพถนนที่ผิดปกติ
หากพบว่ายางเส้นใดมีแรงดันลดลงมากกว่าล้ออื่น อาจมีรอยรั่วจากการเหยียบของมีคม หรืออาจเกิดความเสียหายบริเวณยาง ล้อ หรือจุ๊บลม
หากเติมลมแล้วแรงดันลดลงซ้ำ ควรตรวจหารอยรั่วแทนการเติมลมต่อไปเรื่อย ๆ
4. ตรวจล้อว่ามีรอยกระแทกหรือเสียรูปหรือไม่
เมื่อต้องขับผ่านน้ำที่มองไม่เห็นพื้นถนน ล้ออาจตกหลุมหรือชนขอบทางได้
หลังน้ำลดควรตรวจว่า
-
ขอบล้อมีรอยบุบหรือไม่
-
ล้อมีรอยแตกหรือไม่
-
มีร่องรอยการกระแทกรุนแรงหรือไม่
หากล้อเสียรูป อาจส่งผลให้ยางกับขอบล้อซีลไม่สนิทจนเกิดอาการ ยางรั่วช้า ได้
5. รถสั่นหลังลุยน้ำ ควรตรวจอะไร?
หากหลังผ่านพื้นที่น้ำท่วมแล้วพบว่า
-
พวงมาลัยสั่น
-
ตัวรถสั่น
-
มีเสียงผิดปกติ
-
อาการสั่นเพิ่มขึ้นตามความเร็ว
ควรนำรถเข้าตรวจ
สาเหตุอาจไม่ได้มาจากยางเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับล้อ การ ถ่วงล้อ หรือส่วนประกอบอื่นที่ได้รับผลกระทบระหว่างการขับผ่านพื้นที่น้ำท่วม
6. รถดึงหรือพวงมาลัยเอียงหลังลุยน้ำ
หากรถตกหลุมที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำอย่างรุนแรง อาจส่งผลต่อมุมล้อหรือระบบช่วงล่าง
หลังจากนั้นอาจพบว่า
-
รถดึงซ้ายหรือขวา
-
พวงมาลัยไม่ตรง
-
รถวิ่งตรงแต่พวงมาลัยเอียง
หากมีอาการเหล่านี้ ควรตรวจระบบช่วงล่างและ ตั้งศูนย์ล้อ เพื่อหาสาเหตุ
7. รถจอดแช่น้ำนาน ควรตรวจมากกว่ายาง
หากรถไม่ได้เพียงขับผ่านน้ำ แต่ จอดแช่อยู่ในน้ำเป็นเวลานาน ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจรถโดยรวมก่อนนำกลับมาใช้งาน
เพราะนอกจากยางและล้อแล้ว น้ำอาจส่งผลต่อระบบอื่น เช่น
-
ระบบเบรก
-
ลูกปืนล้อ
-
ระบบไฟฟ้า
-
ชิ้นส่วนช่วงล่าง
โดยเฉพาะกรณีที่ระดับน้ำสูงมาก ไม่ควรประเมินความพร้อมของรถจากสภาพยางเพียงอย่างเดียว
หลังลุยน้ำ ต้องตั้งศูนย์และถ่วงล้อทุกครั้งไหม?
ไม่จำเป็นทุกครั้ง
การขับผ่านน้ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้ทำให้ต้องตั้งศูนย์หรือถ่วงล้อใหม่โดยอัตโนมัติ
แต่ควรตรวจหากพบอาการ เช่น
-
รถสั่น
-
พวงมาลัยสั่น
-
รถดึง
-
พวงมาลัยเอียง
-
มีการกระแทกหลุมอย่างรุนแรง
การตรวจตามอาการจะช่วยให้แก้ปัญหาได้ตรงจุดมากกว่า
ดอกยางสำคัญอย่างไรเมื่อต้องขับบนถนนเปียก?
ช่วงหน้าฝน ดอกยาง มีบทบาทสำคัญในการช่วยระบายน้ำออกจากบริเวณที่ยางสัมผัสพื้นถนน
หากดอกยางสึกมาก ความสามารถในการจัดการน้ำก็จะลดลง และอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิด Aquaplaning หรืออาการเหินน้ำ
ก่อนเข้าสู่ช่วงฝนตกหนักจึงควรตรวจทั้งความลึกของดอกยางและ TWI ไม่ควรรอจนดอกยางสึกเรียบก่อนจึงค่อยเปลี่ยน
หากเจอน้ำท่วมข้างหน้า ควรขับผ่านหรือไม่?
หากไม่สามารถประเมินความลึกของน้ำหรือสภาพพื้นถนนได้อย่างมั่นใจ การหลีกเลี่ยงเส้นทางเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่า
เพราะความเสี่ยงไม่ได้มีเพียงเรื่องยาง แต่รวมถึงเครื่องยนต์ ระบบไฟฟ้า เบรก และความสามารถในการควบคุมรถ
โดยเฉพาะน้ำที่กำลังไหล ไม่ควรประเมินจากระดับความสูงเพียงอย่างเดียว
หลังน้ำลด ควรเช็กยางอะไรบ้าง?
สามารถเริ่มตรวจเบื้องต้นได้จาก
-
ลมยาง ทั้ง 4 เส้น
-
ความลึกของ ดอกยาง
-
แก้มยาง
-
รอยบวม
-
รอยบาด
-
ตะปูหรือของมีคม
-
ขอบล้อ
-
อาการสั่นหรือรถดึงขณะขับ
หากพบสิ่งผิดปกติ ควรให้ศูนย์บริการตรวจเพิ่มเติมก่อนเดินทางไกลหรือใช้ความเร็วสูง
เมื่อไรควรเข้าศูนย์บริการ?
ควรนำรถเข้าตรวจหากหลังลุยน้ำหรือหลังน้ำลดพบว่า
-
ลมยางลดลงผิดปกติ
-
ยางมีรอยบวมหรือรอยบาด
-
พบสิ่งแปลกปลอมฝังในดอกยาง
-
ล้อมีรอยกระแทก
-
รถสั่น
-
รถดึง
-
พวงมาลัยเอียง
-
มีเสียงผิดปกติจากล้อ
ศูนย์บริการสามารถช่วย เช็กยางรถยนต์, ตรวจ ลมยาง, ดอกยาง, สภาพล้อ รวมถึง ตั้งศูนย์ล้อ และ ถ่วงล้อ ตามความจำเป็น
ยางโดนน้ำไม่ได้น่ากังวลเท่าความเสียหายที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำ
การที่ ยางรถยนต์สัมผัสกับน้ำ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนยางทันที สิ่งที่ควรระวังมากกว่าคือสภาพถนนและสิ่งที่มองไม่เห็นอยู่ใต้น้ำ ซึ่งอาจสร้างความเสียหายต่อยาง ล้อ และช่วงล่างได้
หลังขับผ่านพื้นที่น้ำท่วม จึงควร เช็กยางรถยนต์ ตรวจลมยาง และตรวจดอกยาง พร้อมสังเกตอาการผิดปกติของรถ
หากรถจอดแช่น้ำเป็นเวลานานหรือระดับน้ำสูง ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสภาพรถโดยรวมก่อนนำกลับมาใช้งาน เพื่อเพิ่มความมั่นใจและความปลอดภัยในทุกการเดินทางช่วงหน้าฝน
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ GRIP ได้ที่
🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://grip.co.th/products/tire/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: http://grip.co.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: http://grip.co.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: http://grip.co.th/news/list

