สินค้า รุ่นยาง ยางรถ EV/OEM โปรโมชั่น แกลเลอรี่ ข่าวสาร/ความรู้ ค้นหาสาขา
ยาง Tubeless คืออะไร? ทำไมรถยนต์ปัจจุบันไม่ต้องใช้ยางในเหมือนสมัยก่อน

ยาง Tubeless คืออะไร? ทำไมรถยนต์ปัจจุบันไม่ต้องใช้ยางในเหมือนสมัยก่อน

หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า ยาง Tubeless หรือ “ยางไม่มียางใน” โดยเฉพาะเวลานำรถเข้าเปลี่ยนยางหรือซ่อมยาง แต่เมื่อมองจากภายนอก ยาง Tubeless ก็แทบไม่ต่างจาก ยางรถยนต์ ทั่วไป จึงทำให้เกิดคำถามว่า

ถ้าไม่มียางใน แล้วอะไรเป็นตัวเก็บลมอยู่ภายในยาง?

คำตอบคือ ยาง Tubeless ถูกออกแบบให้ตัวล้อ ยาง และวาล์วลมทำงานร่วมกันเป็นระบบปิด โดยไม่จำเป็นต้องมีท่อยางอีกชั้นหนึ่งอยู่ภายใน

ปัจจุบันรถยนต์นั่ง รถกระบะ และ SUV ส่วนใหญ่ใช้ระบบนี้เป็นมาตรฐาน เพราะเหมาะกับการใช้งานบนถนนทั่วไปและช่วยให้การดูแลยางสะดวกขึ้น

หากกำลังเลือกยางชุดใหม่ สามารถดู รายการยางรถยนต์ GRIP เพื่อเช็กขนาดและตัวเลือกที่เหมาะกับรถได้

 

Tubeless แปลว่าอะไร?

คำว่า Tubeless แปลตรงตัวว่า

ไม่มี Tube หรือยางใน

ยางรถยนต์แบบเดิมบางประเภทจะมีท่อยางอีกชั้นหนึ่งอยู่ด้านใน ทำหน้าที่เก็บอากาศ

แต่ในระบบ Tubeless อากาศจะถูกเก็บอยู่ในพื้นที่ระหว่าง

  • ตัว ยางรถยนต์

  • กระทะล้อ

  • ขอบยาง

  • วาล์วลม

โดยตรง

ภายในยางมีชั้นวัสดุที่ช่วยลดการซึมผ่านของอากาศ ขณะที่ขอบยางหรือ Bead จะประกบกับกระทะล้อเพื่อสร้างการซีล

 

ถ้าไม่มียางใน แล้วลมไม่รั่วออกตรงขอบล้อหรือ?

โดยปกติ ขอบยางกับกระทะล้อจะถูกออกแบบให้ประกบกันอย่างแน่นหนา

บริเวณที่เรียกว่า Tire Bead จะนั่งอยู่บนขอบของกระทะล้อ และช่วยรักษาการซีลของระบบ

ดังนั้น หาก

  • ยางอยู่ในสภาพปกติ

  • ล้อไม่เสียรูป

  • ขอบยางสะอาด

  • วาล์วลมทำงานปกติ

อากาศก็สามารถถูกเก็บอยู่ภายในชุดล้อได้โดยไม่ต้องมียางใน

 

ยางแบบมียางในทำงานอย่างไร?

ระบบแบบ Tube Type จะมีท่อยางอยู่ภายในยางอีกชั้น

อากาศถูกเติมเข้าไปในท่อยาง ไม่ได้อาศัยตัวกระทะล้อและขอบยางในการเก็บแรงดันทั้งหมดเหมือนระบบ Tubeless

เมื่อเติมลม ยางในจะขยายตัวและดันตัวอยู่ภายในยางด้านนอก

ระบบลักษณะนี้ยังสามารถพบได้ในยานพาหนะหรือการใช้งานบางประเภท แต่ไม่ใช่รูปแบบหลักของรถยนต์นั่งรุ่นใหม่ทั่วไป

 

Tubeless กับ Tube Type ต่างกันตรงไหน?

ความแตกต่างหลักอยู่ที่วิธีเก็บอากาศ

หัวข้อ Tubeless Tube Type
ยางใน ไม่มี มี
การเก็บลม ระหว่างยางกับล้อ เก็บอยู่ในยางใน
วาล์วลม ติดกับล้อ เชื่อมกับยางใน
เมื่อโดนตะปู อาจรั่วค่อย ๆ ในหลายกรณี ยางในอาจเสียหายและลมออกเร็ว
การซ่อม ตรวจและซ่อมจากตัวหน้ายาง ต้องตรวจยางในร่วมด้วย

อย่างไรก็ตาม ความเร็วในการสูญเสียลมขึ้นอยู่กับชนิดและขนาดของความเสียหาย ไม่ควรคิดว่ายาง Tubeless จะไม่มีโอกาสลมหมดอย่างรวดเร็ว

 

ข้อดีสำคัญของ Tubeless คืออะไร?

ข้อดีหนึ่งที่ผู้ใช้รถได้รับคือ เมื่อมีวัตถุแทงผ่านหน้ายาง อากาศอาจไม่ได้ออกทันทีทั้งหมดในบางกรณี

ตัวอย่างที่พบบ่อยคือ ตะปูแทงเข้าไปแล้วค้างอยู่ในดอกยาง

ตัวตะปูอาจช่วยอุดช่องที่เกิดขึ้นบางส่วน ทำให้ลมค่อย ๆ ลดลง

ผู้ขับจึงอาจพบอาการ

  • TPMS แจ้งเตือน

  • ลมยางเส้นหนึ่งลดเร็วกว่าอีกสามเส้น

  • ต้องเติมลมซ้ำ

  • รถยังขับได้แต่แรงดันลดลงเรื่อย ๆ

นี่เป็นเหตุผลหนึ่งที่เมื่อพบตะปูฝังอยู่ในยาง ไม่ควรรีบดึงออกเอง

 

Tubeless โดนตะปูแล้วขับต่อได้ไหม?

ไม่ควรใช้คำว่า “ขับต่อได้เสมอ”

ต้องพิจารณาว่า

  • แรงดันลมเหลือเท่าไร

  • รูอยู่บริเวณไหน

  • ตะปูมีขนาดเท่าไร

  • ยางมีความเสียหายอื่นหรือไม่

  • รถถูกขับในสภาพลมอ่อนมานานแค่ไหน

หากพบตะปู ควรตรวจแรงดันและนำรถเข้าศูนย์บริการโดยเร็ว

ไม่ควรดึงตะปูออกแล้วทดลองขับ เพราะลมอาจออกเร็วกว่าเดิม

 

ทำไมตะปูตำกลางดอกยางกับตำแก้มยางถึงไม่เหมือนกัน?

บริเวณหน้ายางส่วนกลางและ แก้มยาง มีโครงสร้างและลักษณะการทำงานแตกต่างกัน

แก้มยางต้องยืดและยุบตัวตลอดเวลาที่รถเคลื่อนที่

ดังนั้น รอยเจาะหรือความเสียหายบริเวณแก้มยางจึงไม่ควรถูกประเมินเหมือนรอยเจาะบนพื้นที่หน้ายางที่สามารถซ่อมได้ในบางเงื่อนไข

หากพบวัตถุแทงบริเวณ

  • แก้มยาง

  • ไหล่ยาง

  • ใกล้ขอบยาง

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญประเมิน ไม่ควรซ่อมเองโดยดูเพียงว่ารูมีขนาดเล็ก

 

ทำไมยาง Tubeless ถึงยังรั่วได้ทั้งที่ไม่มีรู?

เพราะระบบ Tubeless ต้องอาศัยหลายส่วนทำงานร่วมกัน

การรั่วอาจเกิดจาก

  • จุ๊บลม

  • แกนวาล์ว

  • ขอบยาง

  • กระทะล้อ

  • ล้อคด

  • สิ่งสกปรกบริเวณ Bead

  • การกัดกร่อนของล้อในบางกรณี

  • รอยเจาะขนาดเล็กบนหน้ายาง

ดังนั้น หาก ลมยางลดลงบ่อย แต่ไม่พบตะปู ไม่ได้หมายความว่ายางไม่มีปัญหา

ควรตรวจทั้งชุดล้อ

 

Bead หรือขอบยางสำคัญอย่างไร?

Bead คือบริเวณขอบด้านในของยางที่ประกบเข้ากับกระทะล้อ

สำหรับ Tubeless ส่วนนี้สำคัญมาก เพราะต้องช่วยสร้างการซีลเพื่อรักษาแรงดัน

หาก Bead หรือพื้นที่บนล้อมี

  • สิ่งสกปรก

  • ความเสียหาย

  • การเสียรูป

  • การติดตั้งไม่เหมาะสม

อาจเกิดอาการ ลมรั่วบริเวณขอบยาง

บางครั้งผู้ใช้รถอาจพบว่าต้องเติมลมอยู่เรื่อย ๆ ทั้งที่หาตะปูไม่เจอ

 

ล้อคดทำให้ยาง Tubeless รั่วได้หรือไม่?

ได้

เพราะ Tubeless ต้องพึ่งการประกบระหว่างยางกับล้อ

หากกระทะล้อเสียรูปจาก

  • ตกหลุมแรง

  • กระแทกขอบทาง

  • อุบัติเหตุ

ขอบล้ออาจไม่สามารถซีลกับยางได้เหมือนเดิม

ทำให้เกิดอาการรั่วช้าได้

หากรถเพิ่งตกหลุมแล้วลมเส้นหนึ่งลดผิดปกติ จึงควรตรวจทั้ง ยางและล้อ ไม่ใช่ตรวจหารอยตะปูเพียงอย่างเดียว

 

จุ๊บลมเกี่ยวข้องกับระบบ Tubeless อย่างไร?

จุ๊บลมหรือ Tire Valve เป็นอีกส่วนหนึ่งของระบบปิด

อากาศถูกเติมเข้าไปผ่านวาล์วนี้ และวาล์วต้องปิดสนิทเพื่อรักษาแรงดัน

หาก

  • จุ๊บเสื่อม

  • แกนวาล์วมีปัญหา

  • ฐานจุ๊บรั่ว

แรงดันก็สามารถค่อย ๆ ลดลงได้

ดังนั้น เวลาตรวจ ยางรั่วช้า ควรตรวจวาล์วไปพร้อมกัน

 

ฝาจุ๊บลมมีหน้าที่เก็บลมหรือไม่?

ตัวที่ทำหน้าที่หลักในการกักแรงดันคือวาล์วด้านใน

แต่ฝาจุ๊บช่วยป้องกัน

  • ฝุ่น

  • น้ำ

  • ความชื้น

  • สิ่งสกปรก

ไม่ให้เข้าไปบริเวณวาล์วโดยตรง

หากฝาหายจึงควรใส่อันใหม่ ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่จำเป็น

 

ยาง Tubeless ต้องใช้ล้อเฉพาะหรือไม่?

ควรใช้ชุดล้อที่ออกแบบและมีสภาพเหมาะสมกับการติดตั้ง Tubeless

ล้อต้องสามารถรองรับการซีลกับขอบยาง และต้องไม่มีความเสียหายที่ทำให้แรงดันรั่ว

ดังนั้น การนำยาง Tubeless ไปติดตั้งกับล้อเก่าหรือล้อที่ไม่ทราบสเปก ไม่ควรตัดสินจากเพียงว่า “ขนาดใส่กันได้”

ต้องตรวจความเหมาะสมของระบบโดยรวมด้วย

สามารถเอายางในมาใส่ในยาง Tubeless ได้ไหม?

ไม่ควรถือว่าเป็นวิธีแก้ปัญหามาตรฐานเพียงเพราะยาง Tubeless มีอาการรั่ว

หากยางรั่ว ควรหาสาเหตุก่อนว่าเกิดจาก

  • หน้ายาง

  • Bead

  • ล้อ

  • วาล์ว

  • ความเสียหายของโครงสร้าง

แล้วแก้ไขให้ตรงจุด

การเพิ่มยางในเข้าไปอาจเปลี่ยนลักษณะการทำงานและสร้างความร้อนหรือการเสียดสีภายใน หากชุดยางและล้อไม่ได้ออกแบบให้ใช้งานในรูปแบบดังกล่าว

 

Tubeless ใช้กับล้อแม็กได้ไหม?

ได้ และเป็นรูปแบบที่พบได้ทั่วไปในรถยนต์ปัจจุบัน

ทั้งล้ออะลูมิเนียมอัลลอยและล้อเหล็กจำนวนมากถูกออกแบบให้ใช้งานกับยาง Tubeless

สิ่งสำคัญคือ

  • ขนาดต้องตรงกัน

  • ล้ออยู่ในสภาพดี

  • Bead Seat ไม่เสียหาย

  • วาล์วเหมาะสม

  • ติดตั้งโดยวิธีที่ถูกต้อง

หากกำลังเปลี่ยนทั้งล้อและยาง สามารถดู ยางรถยนต์ GRIP ตามรุ่นและขนาด เพื่อใช้ประกอบการเลือกขนาดได้

 

ยาง Tubeless รั่วแล้วปะได้ทุกจุดไหม?

ไม่ได้

ความสามารถในการซ่อมขึ้นอยู่กับตำแหน่ง ขนาด และลักษณะความเสียหาย

รอยเจาะบางประเภทในบริเวณหน้ายางอาจสามารถซ่อมได้เมื่อผ่านการตรวจอย่างเหมาะสม

แต่บริเวณอย่าง

  • แก้มยาง

  • ไหล่ยาง

  • รอยฉีก

  • ความเสียหายจากการขับขณะลมอ่อน

อาจไม่เหมาะกับการซ่อม

การพิจารณาจากด้านนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เห็นความเสียหายภายใน จึงควรถอดยางตรวจในกรณีที่จำเป็น

 

ปะยางแบบแทงตัวหนอนกับปะจากด้านในเหมือนกันไหม?

ไม่เหมือนกัน

การซ่อมจากภายนอกบางรูปแบบสามารถใช้เป็นวิธีชั่วคราวหรือใช้ตามเงื่อนไขของผลิตภัณฑ์นั้น แต่การประเมินและซ่อมอย่างเหมาะสมควรตรวจความเสียหายจากภายในด้วย

เพราะสิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียง “ทำให้ลมหยุดรั่ว”

แต่ต้องแน่ใจว่าโครงสร้างยางยังอยู่ในสภาพที่สามารถใช้งานต่อได้

หากไม่แน่ใจ ควรนำรถไปให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจที่ ศูนย์บริการ GRIP

 

Run Flat กับ Tubeless คือเรื่องเดียวกันไหม?

ไม่ใช่

Tubeless บอกถึงระบบที่ไม่ใช้ยางใน

ส่วน Run Flat เป็นเทคโนโลยียางที่ออกแบบให้สามารถรองรับรถต่อได้ในระยะและความเร็วที่จำกัดตามข้อกำหนดของผู้ผลิต แม้แรงดันลดลง

Run Flat จำนวนมากเป็น Tubeless เช่นกัน แต่ยาง Tubeless ทั่วไปไม่ได้หมายความว่าจะเป็น Run Flat

จึงไม่ควรขับยาง Tubeless ที่ลมหมดโดยคิดว่ายังสามารถใช้งานต่อเหมือน Run Flat

 

TPMS ช่วยอะไรกับยาง Tubeless?

TPMS หรือ Tire Pressure Monitoring System ช่วยแจ้งเตือนเมื่อแรงดันลมลดลงตามเงื่อนไขของระบบ

มีประโยชน์ในกรณีเช่น

  • ตะปูตำแล้วลมค่อย ๆ ลด

  • วาล์วรั่ว

  • Bead รั่ว

  • แรงดันต่ำกว่าปกติ

แต่ TPMS ไม่ได้บอกต้นเหตุว่า ลมรั่วจากตรงไหน

เมื่อไฟเตือนขึ้นจึงควรวัดแรงดันและตรวจยาง ไม่ควรเพียงเติมลมแล้วใช้งานต่อไปโดยไม่หาสาเหตุหากแรงดันลดซ้ำ

 

ยาง Tubeless ต้องตรวจลมเหมือนยางทั่วไปไหม?

ต้องตรวจ

คำว่า Tubeless ไม่ได้หมายความว่ายางจะรักษาแรงดันได้ตลอดโดยไม่ต้องดูแล

แรงดันสามารถเปลี่ยนจาก

  • อุณหภูมิ

  • การซึมตามธรรมชาติ

  • รอยรั่ว

  • วาล์ว

  • สภาพชุดล้อ

จึงควร เช็กยางรถยนต์และลมยางเป็นประจำ โดยวัดตอนยางเย็นและใช้ค่าที่ผู้ผลิตรถยนต์กำหนด

 

ถ้าเติมลมแล้วอ่อนอีก อย่าเพิ่งสรุปว่าต้องเปลี่ยนยาง

อาการลมลดซ้ำสามารถเกิดได้จากหลายจุด

ควรตรวจอย่างเป็นระบบ เช่น

  1. หน้ายางมีตะปูหรือไม่

  2. วาล์วรั่วหรือไม่

  3. ขอบยางซีลดีหรือไม่

  4. ล้อคดหรือไม่

  5. มีความเสียหายจากการตกหลุมหรือไม่

หากยางยังสามารถซ่อมได้อย่างถูกต้อง อาจไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทันที

แต่หากความเสียหายอยู่ในตำแหน่งที่ไม่สามารถซ่อมได้อย่างเหมาะสม ก็ควร เปลี่ยนยางรถยนต์

 

เมื่อไรควรเข้าศูนย์บริการ?

ควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจหาก

  • ลมยางเส้นเดิมลดลงบ่อย

  • พบตะปูหรือสกรู

  • TPMS แจ้งเตือนซ้ำ

  • ยางรั่วบริเวณขอบล้อ

  • ล้อเคยกระแทกหลุมแรง

  • จุ๊บลมมีความเสียหาย

  • ไม่แน่ใจว่ารอยเจาะซ่อมได้หรือไม่

  • ยางเคยถูกขับในสภาพลมต่ำมาก

สามารถค้นหา ศูนย์บริการ GRIP ทั่วประเทศ เพื่อให้ช่างตรวจทั้งยาง ล้อ วาล์ว และตำแหน่งที่เกิดการรั่วก่อนตัดสินใจซ่อมหรือเปลี่ยน

 

Tubeless ทำให้การใช้ยางสะดวกขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าจะไม่รั่ว

ยาง Tubeless คือระบบยางที่สามารถเก็บแรงดันโดยไม่ต้องมียางใน โดยอาศัยตัว ยางรถยนต์ ขอบยาง กระทะล้อ และวาล์ว ทำงานร่วมกัน

ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือ เมื่อโดนวัตถุขนาดเล็กแทงในบางสถานการณ์ ลมอาจค่อย ๆ ลดแทนที่จะออกทั้งหมดในทันที แต่ไม่ได้หมายความว่าสามารถขับต่อได้โดยไม่ตรวจสอบ

หากพบว่าลมลดซ้ำ มีตะปู หรือเพิ่งกระแทกล้ออย่างรุนแรง ควรตรวจทั้งชุด ไม่ใช่มองเฉพาะดอกยาง

และเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนยาง สามารถ ค้นหายาง GRIP ที่เหมาะกับรถและขนาดล้อ พร้อมเข้ารับการตรวจที่ ศูนย์บริการ GRIP เพื่อให้ชุดยางและล้อได้รับการติดตั้งและตรวจสอบอย่างเหมาะสม

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ GRIP ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://grip.co.th/products/tire/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: http://grip.co.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: http://grip.co.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: http://grip.co.th/news/list

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
บทความ
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก GRIP
สนใจเปิดสาขา
บริการหลังการขาย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
GRIP Learning Center
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา
ลิงก์ไปยัง Toyo Website
ลิงก์ไปยัง Nitto Website
ลิงก์ไปยัง Nankang Website
ลิงก์ไปยัง Advance Website

Copyright © 2024 GRIP TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
บทความ
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก GRIP
สนใจเปิดสาขา
บริการหลังการขาย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
GRIP Learning Center
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา
ลิงก์ไปยัง Toyo Website
ลิงก์ไปยัง Nitto Website
ลิงก์ไปยัง Nankang Website
ลิงก์ไปยัง Advance Website

Copyright © 2024 GRIP TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้