สินค้า รุ่นยาง ยางรถ EV/OEM โปรโมชั่น แกลเลอรี่ ข่าวสาร/ความรู้ ค้นหาสาขา
Silica ในยางรถยนต์คืออะไร? ทำไมสูตรเนื้อยางถึงมีผลทั้งถนนเปียกและแรงต้านการหมุน

Silica ในยางรถยนต์คืออะไร? ทำไมสูตรเนื้อยางถึงมีผลทั้งถนนเปียกและแรงต้านการหมุน

เวลาเลือก ยางรถยนต์ หลายคนมักเริ่มจากสิ่งที่มองเห็นได้ เช่น รูปแบบดอกยาง ความกว้างของร่อง หรือความสวยงามของแก้มยาง

แต่สมรรถนะของยางไม่ได้เกิดจากดอกยางเพียงอย่างเดียว

อีกส่วนสำคัญที่มองจากภายนอกแทบไม่เห็นคือ Tire Compound หรือสูตรเนื้อยาง ซึ่งเป็นส่วนผสมของวัสดุหลายชนิดที่ถูกพัฒนาให้เหมาะกับคุณสมบัติที่ผู้ผลิตต้องการ

หนึ่งในวัสดุที่พบได้บ่อยในยางรถยนต์ยุคใหม่คือ Silica หรือซิลิกา

แล้ว Silica มีหน้าที่อะไร? ทำไมผู้ผลิตยางจึงพูดถึงส่วนผสมชนิดนี้บ่อย และการมี Silica มากกว่าหมายความว่ายางดีกว่าเสมอหรือไม่?

หากกำลังเปรียบเทียบยางชุดใหม่ สามารถเริ่มจาก ดูรุ่นและขนาดยางรถยนต์ GRIP เพื่อเลือกตัวเลือกที่ตรงกับรถและลักษณะการใช้งานก่อนพิจารณาเทคโนโลยีของแต่ละรุ่นเพิ่มเติม

 

Silica คืออะไร?

Silica หรือ ซิลิกอนไดออกไซด์ (Silicon Dioxide) เป็นวัสดุชนิดหนึ่งที่สามารถนำมาใช้เป็นสารเสริมแรงในสูตร Compound ของยาง

ในอดีต Carbon Black เป็นวัสดุสำคัญที่ใช้ใน Compound ของยางมาอย่างยาวนาน และยังคงมีบทบาทสำคัญอยู่ในปัจจุบัน

การพัฒนาสูตรยางสมัยใหม่สามารถนำ Silica มาใช้ร่วมกับวัสดุและสารเคมีอื่น เพื่อปรับสมดุลของคุณสมบัติ เช่น

  • การยึดเกาะ

  • แรงต้านการหมุน

  • การสึก

  • ความยืดหยุ่น

  • การทำงานในช่วงอุณหภูมิต่าง ๆ

ดังนั้น Silica ไม่ใช่สารที่นำมาเติมเพียงตัวเดียวแล้วทำให้ยางมีสมรรถนะสูงขึ้นทันที แต่เป็นส่วนหนึ่งของ สูตร Compound ทั้งระบบ

 

Tire Compound คืออะไร?

Compound คือส่วนผสมของวัสดุที่นำมาผลิตเป็นเนื้อยาง

สูตรหนึ่งอาจประกอบด้วยองค์ประกอบหลายประเภท เช่น

  • ยางธรรมชาติ

  • ยางสังเคราะห์

  • Carbon Black

  • Silica

  • น้ำมันหรือสารช่วยกระบวนการผลิต

  • สารเสริมแรง

  • สารป้องกันการเสื่อม

  • สารที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการ Vulcanization

สัดส่วนและเทคโนโลยีในการผสมมีผลต่อ Character ของยางอย่างมาก

จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม ยางขนาดเดียวกันและมีลายดอกใกล้เคียงกัน ก็สามารถให้ความรู้สึกในการขับที่แตกต่างกันได้

 

Silica ช่วยเรื่องถนนเปียกอย่างไร?

หนึ่งในคุณสมบัติที่มักถูกพูดถึงเกี่ยวกับ Silica Compound คือความสามารถในการช่วยให้ผู้ผลิตพัฒนาสมดุลด้าน Wet Grip หรือการยึดเกาะบนถนนเปียก

เมื่อต้องขับบนถนนเปียก สมรรถนะไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงว่าร่องดอกยางรีดน้ำได้มากแค่ไหน

ยังต้องพิจารณาความสามารถของเนื้อยางในการสร้างแรงยึดเกาะกับพื้นผิวถนนด้วย

จึงมีสองส่วนที่ทำงานร่วมกันคือ

ดอกยาง → ช่วยจัดการน้ำ

และ

 

Compound → มีส่วนต่อการยึดเกาะระหว่างเนื้อยางกับพื้นถนน

นี่เป็นเหตุผลที่การดูดอกยางเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอก Wet Performance ของยางได้ทั้งหมด

ถ้าร่องดอกยางใหญ่ แปลว่าเกาะถนนเปียกดีหรือไม่?

ไม่สามารถสรุปได้จากร่องดอกยางเพียงอย่างเดียว

ร่องดอกมีหน้าที่สำคัญในการช่วยจัดการน้ำ แต่สมรรถนะบนถนนเปียกยังเกี่ยวข้องกับ

  • Compound

  • รูปแบบดอกยางทั้งหมด

  • ความลึกของดอก

  • พื้นที่สัมผัส

  • โครงสร้างยาง

  • แรงดันลม

  • สภาพการสึก

ดังนั้น ยางที่มีร่องใหญ่ที่สุดไม่ได้หมายความว่าจะมีระยะเบรกบนถนนเปียกดีที่สุดโดยอัตโนมัติ

ควรประเมินคุณสมบัติของยางทั้งรุ่น

 

Silica เกี่ยวข้องกับแรงต้านการหมุนอย่างไร?

อีกคำที่มักอยู่ใกล้กับเรื่อง Silica คือ Rolling Resistance หรือแรงต้านการหมุน

ขณะที่ยางหมุน หน้ายางและแก้มยางจะเกิดการยุบและคืนรูปอย่างต่อเนื่อง

กระบวนการดังกล่าวทำให้พลังงานบางส่วนสูญเสียไปในรูปของความร้อน

หากสามารถออกแบบ Compound ให้ลดการสูญเสียพลังงานบางส่วนได้ ก็สามารถช่วยลดแรงต้านการหมุนของยางได้

นี่จึงเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ Silica ถูกนำมาใช้ในการพัฒนายางที่ต้องการสร้างสมดุลระหว่าง

Wet Grip + Rolling Resistance

ซึ่งในอดีตเป็นคุณสมบัติที่ท้าทายในการพัฒนาไปพร้อมกัน

 

Rolling Resistance ต่ำ แปลว่าประหยัดน้ำมันขึ้นเลยไหม?

มีส่วน แต่ไม่ใช่ปัจจัยเดียว

แรงต้านการหมุนของยางเป็นหนึ่งในแรงที่รถต้องเอาชนะขณะเคลื่อนที่

หากยางมี Rolling Resistance ต่ำลง ก็สามารถช่วยลดพลังงานที่ต้องใช้ในการเคลื่อนรถได้ในระดับหนึ่ง

แต่การสิ้นเปลืองจริงยังขึ้นอยู่กับ

  • น้ำหนักรถ

  • เครื่องยนต์หรือมอเตอร์

  • ความเร็ว

  • การเร่งและเบรก

  • สภาพการจราจร

  • อุณหภูมิ

  • ลมยาง

  • Aerodynamics

จึงไม่ควรคาดหวังว่าการเปลี่ยนยางเพียงอย่างเดียวจะทำให้อัตราสิ้นเปลืองเปลี่ยนอย่างมหาศาลในทุกสถานการณ์

 

แล้วรถ EV ได้ประโยชน์จาก Rolling Resistance ต่ำไหม?

มีเหตุผลที่รถ EV ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพของยาง เพราะพลังงานที่ใช้ในการเคลื่อนรถมีผลโดยตรงกับระยะทางที่สามารถเดินทางได้ต่อการชาร์จ

ยางที่ออกแบบเพื่อลด Rolling Resistance จึงสามารถเป็นองค์ประกอบหนึ่งในการช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน

อย่างไรก็ตาม ยางสำหรับ EV ยังต้องรับมือกับปัจจัยอื่น เช่น

  • น้ำหนักรถ

  • แรงบิดจากมอเตอร์

  • เสียงรบกวน

  • การรับน้ำหนัก

  • Wet Grip

ดังนั้น Low Rolling Resistance ไม่ได้หมายความว่าเป็นยาง EV โดยอัตโนมัติ

และยาง EV ก็ไม่ได้พิจารณาเพียง Silica เพียงองค์ประกอบเดียว

Silica ทำให้ยางนิ่มขึ้นหรือไม่?

ไม่ควรใช้ความเข้าใจว่า

“มี Silica = เนื้อยางนิ่ม”

เพราะความแข็งหรือความยืดหยุ่นของ Compound เป็นผลจากสูตรทั้งหมด

ยางสองรุ่นอาจใช้ Silica เหมือนกัน แต่มี

  • Polymer ต่างกัน

  • สัดส่วนวัสดุต่างกัน

  • กระบวนการผลิตต่างกัน

  • จุดประสงค์การออกแบบต่างกัน

จึงให้ความรู้สึกและสมรรถนะไม่เหมือนกันได้

คำว่า Silica จึงเป็นเพียงข้อมูลหนึ่งของเทคโนโลยี Compound ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด

 

Silica เยอะกว่า แปลว่ายางดีกว่าหรือไม่?

ไม่เสมอไป

การเลือกยางไม่ควรใช้หลักว่า “ส่วนผสมชนิดใดมีมากที่สุดคือดีที่สุด”

สิ่งสำคัญคือ การออกแบบสูตรให้สมดุล

ผู้ผลิตต้องพิจารณาหลายคุณสมบัติพร้อมกัน เช่น

  • Wet Grip

  • Dry Grip

  • Rolling Resistance

  • Wear

  • ความทนทาน

  • อุณหภูมิการทำงาน

  • เสียง

  • ความนุ่ม

การเพิ่มคุณสมบัติหนึ่งอาจต้องแลกกับอีกคุณสมบัติหนึ่งหากไม่สามารถจัดสมดุลได้ดี

ดังนั้น เวลาพบโฆษณาว่าใช้ “High Silica Compound” ควรมองต่อว่าผู้ผลิตออกแบบยางรุ่นนั้นให้ตอบโจทย์อะไร

 

Carbon Black ยังจำเป็นอยู่ไหมถ้ามี Silica?

ยังมีบทบาทสำคัญ

ไม่ควรมองว่า Silica เข้ามาแทน Carbon Black แบบทั้งหมด

Carbon Black มีคุณสมบัติด้านการเสริมแรง ความทนทาน และการปกป้องเนื้อยางจากปัจจัยบางประเภท และยังถูกใช้ในสูตรยางจำนวนมาก

Compound สมัยใหม่สามารถใช้วัสดุหลายชนิดร่วมกันเพื่อให้ได้สมรรถนะที่ต้องการ

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ สูตรและเทคโนโลยีของยางรุ่นนั้น ไม่ใช่การเลือกข้างระหว่าง Silica กับ Carbon Black

ทำไมยางรถยนต์ส่วนใหญ่ยังเป็นสีดำ?

สีดำของยางมีความเกี่ยวข้องกับการใช้ Carbon Black และส่วนประกอบต่าง ๆ ใน Compound

แม้สูตรยางบางประเภทจะมี Silica ในปริมาณมาก ยางก็ยังสามารถมีสีดำตามปกติ

ดังนั้น เราไม่สามารถมองด้วยตาแล้วรู้ได้ว่า

  • ยางใช้ Silica มากแค่ไหน

  • Compound เป็นแบบใด

  • Wet Grip ดีเพียงใด

ข้อมูลเหล่านี้ต้องดูจาก Specification และเทคโนโลยีของผลิตภัณฑ์

 

Compound กับดอกยาง อะไรสำคัญกว่ากัน?

คำตอบคือ ต้องทำงานร่วมกัน

ลองเปรียบเทียบง่าย ๆ

ดอกยาง

มีบทบาทในเรื่อง เช่น

  • ระบายน้ำ

  • ควบคุมการเคลื่อนตัวของบล็อก

  • สร้างพื้นที่สัมผัส

  • ควบคุมเสียง

  • รับมือพื้นผิวต่าง ๆ

Compound

มีบทบาทต่อ เช่น

  • การยึดเกาะ

  • การสึก

  • Rolling Resistance

  • การทำงานที่อุณหภูมิต่าง ๆ

ยางที่ดีจึงต้องออกแบบทั้งสองส่วนให้สัมพันธ์กัน

ไม่ใช่เลือกลายดอกที่ดูสปอร์ตที่สุด หรือ Compound ที่มีชื่อเทคโนโลยียาวที่สุดแล้วจะดีที่สุดเสมอ

 

ยางนุ่มเงียบกับยางสปอร์ต ใช้ Compound ต่างกันไหม?

มีโอกาสแตกต่างกัน เพราะเป้าหมายของการออกแบบต่างกัน

ยางแนว Comfort อาจให้น้ำหนักกับ

  • ความนุ่ม

  • เสียง

  • Rolling Resistance

  • อายุการใช้งาน

ขณะที่ Performance Tire อาจให้น้ำหนักกับ

  • Dry Grip

  • การตอบสนอง

  • ความมั่นคง

  • การทำงานเมื่อรับแรงสูง

แต่ยางรุ่นใหม่จำนวนมากพยายามสร้างสมดุลระหว่างคุณสมบัติเหล่านี้

จึงไม่สามารถสรุปสูตร Compound จากคำว่า Comfort หรือ Sport เพียงคำเดียว

หากกำลังเลือกยางจาก Character การขับ สามารถ ดูตัวเลือกยางรถยนต์ GRIP แล้วพิจารณาคุณสมบัติของแต่ละรุ่นร่วมกับขนาดที่รถใช้

 

ดอกยางเหลือเยอะ แต่ Compound เสื่อมได้ไหม?

ได้

สภาพยางไม่ได้ตัดสินจากความลึกของ ดอกยาง เพียงอย่างเดียว

เนื้อยางต้องเจอกับ

  • ความร้อน

  • แสงแดด

  • ออกซิเจน

  • การใช้งาน

  • เวลา

เมื่ออายุมากขึ้น คุณสมบัติของ Compound สามารถเปลี่ยนแปลงได้ แม้ว่ารถจะใช้งานน้อยและดอกยางยังเหลืออยู่มาก

จึงควรตรวจทั้ง

  • อายุยาง

  • รอยแตกร้าว

  • ความเสียหาย

  • การสึก

  • สภาพโดยรวม

ก่อนตัดสินใจว่ายังสามารถใช้งานต่อได้หรือไม่

 

ยางจอดนาน Compound จะแข็งไหม?

การเสื่อมของยางสามารถเกิดได้แม้รถไม่ได้วิ่งมาก เพราะอายุและสภาพแวดล้อมยังมีผลต่อวัสดุ

รถที่จอดกลางแจ้งเป็นเวลานานต้องเจอกับ

  • ความร้อน

  • แสง UV

  • ความชื้น

  • การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ

ดังนั้น รถที่วิ่งน้อยไม่ได้หมายความว่ายางจะอยู่ในสภาพเหมือนใหม่ตลอดเวลา

ควร ตรวจสภาพยาง เป็นระยะเช่นเดียวกับรถที่ใช้งานทุกวัน

 

ถ้าต้องขับฝนบ่อย ควรเลือกยางที่มี Silica ใช่ไหม?

Silica เป็นหนึ่งในเทคโนโลยีที่สามารถมีส่วนช่วยด้าน Wet Performance แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์เดียวในการเลือกยางสำหรับหน้าฝน

ควรดูองค์ประกอบอื่นร่วมด้วย เช่น

  • รูปแบบร่องดอกยาง

  • สมรรถนะ Wet Grip ของรุ่นนั้น

  • ขนาดที่เหมาะกับรถ

  • อายุและสภาพยาง

  • ความลึกของดอกยาง

และไม่ว่าติดตั้งยางรุ่นใด ผู้ขับยังต้อง

  • ลดความเร็ว

  • เพิ่มระยะห่าง

  • หลีกเลี่ยงน้ำขัง

  • ตรวจลมยาง

เมื่อฝนตก

เทคโนโลยียางช่วยเพิ่มสมรรถนะ แต่ไม่สามารถแทนพฤติกรรมการขับที่เหมาะสมได้

 

ลมยางเกี่ยวอะไรกับ Compound?

ถึงแม้ยางจะมี Compound ที่ดี หากใช้แรงดันไม่เหมาะสมก็ไม่สามารถทำงานตามการออกแบบได้อย่างเต็มที่

ลมยางต่ำเกินไปสามารถทำให้

  • ยางบิดตัวมาก

  • เกิดความร้อนเพิ่ม

  • ดอกยางสึกผิดปกติ

  • Rolling Resistance เพิ่มขึ้น

ส่วนการเติมแข็งเกินค่าที่รถกำหนดก็อาจเปลี่ยนพื้นที่สัมผัสและ Character การขับ

จึงควรตรวจแรงดันตอนยางเย็นและใช้ค่าตามคำแนะนำของผู้ผลิตรถยนต์

 

Compound ดี แต่ศูนย์ล้อผิด ยางก็สึกเร็วได้

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือ ตั้งศูนย์ล้อ

ต่อให้ยางใช้เทคโนโลยี Compound ที่มีคุณภาพ หากรถมีมุมล้อผิดปกติจนเกิด

  • ยางกินใน

  • ยางกินนอก

  • ดอกสึกไม่เท่ากัน

ยางก็สามารถหมดอายุการใช้งานทางกายภาพก่อนที่จะได้ใช้คุณสมบัติของ Compound อย่างเต็มที่

จึงควรหาสาเหตุของการสึกผิดปกติ ไม่ใช่เปลี่ยนยางใหม่แล้วจบ

 

จะรู้ได้อย่างไรว่ายาง GRIP รุ่นไหนเหมาะกับการใช้งาน?

เริ่มจากสิ่งที่สำคัญที่สุดก่อน ได้แก่

  1. รถใช้ขนาดยางอะไร

  2. Load Index และ Speed Rating ต้องการเท่าไร

  3. ขับในเมืองหรือทางไกล

  4. ต้องการความนุ่มหรือการตอบสนอง

  5. ขับฝนบ่อยหรือไม่

  6. ให้ความสำคัญกับความประหยัดมากแค่ไหน

จากนั้นจึงเปรียบเทียบเทคโนโลยีและจุดเด่นของยางแต่ละรุ่น

สามารถเริ่มจาก ค้นหายางรถยนต์ GRIP ตามขนาดและรุ่น แล้วเลือกตัวเลือกที่ตรงกับการใช้งานจริงมากที่สุด

หากไม่แน่ใจเรื่องขนาดหรือสภาพยางเดิม สามารถค้นหา ศูนย์บริการ GRIP ทั่วประเทศ เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจสอบก่อนเปลี่ยนยาง

 

อย่าเลือกยางจากคำว่า “High Silica” เพียงคำเดียว

เมื่อเห็นคำว่า Silica Compound หรือ High Silica ในรายละเอียดผลิตภัณฑ์ สิ่งที่ควรเข้าใจคือ Silica เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ผู้ผลิตสามารถใช้เพื่อพัฒนาสมดุลด้านสมรรถนะของยาง โดยเฉพาะเรื่องการยึดเกาะบนถนนเปียกและแรงต้านการหมุน

แต่ยางหนึ่งเส้นยังประกอบด้วยเทคโนโลยีอีกจำนวนมาก ทั้ง

  • Compound ทั้งสูตร

  • โครงสร้าง

  • ดอกยาง

  • ความแข็งของบล็อก

  • รูปทรงของยาง

ดังนั้น ยางรถยนต์ที่เหมาะที่สุดไม่ใช่รุ่นที่มีคำศัพท์เทคโนโลยีมากที่สุด แต่คือรุ่นที่คุณสมบัติโดยรวมตรงกับรถและลักษณะการใช้งาน

ก่อนเปลี่ยนยาง ควรเริ่มจากขนาดและสเปกที่ถูกต้อง จากนั้นค่อยเปรียบเทียบ Character และเทคโนโลยีของแต่ละรุ่นผ่าน รายการยางรถยนต์ GRIP หรือสอบถามเพิ่มเติมที่ ศูนย์บริการ GRIP เพื่อเลือกยางให้ตอบโจทย์การเดินทางของคุณมากที่สุด

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ GRIP ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://grip.co.th/products/tire/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: http://grip.co.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: http://grip.co.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: http://grip.co.th/news/list

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
บทความ
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก GRIP
สนใจเปิดสาขา
บริการหลังการขาย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
GRIP Learning Center
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา
ลิงก์ไปยัง Toyo Website
ลิงก์ไปยัง Nitto Website
ลิงก์ไปยัง Nankang Website
ลิงก์ไปยัง Advance Website

Copyright © 2024 GRIP TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
บทความ
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก GRIP
สนใจเปิดสาขา
บริการหลังการขาย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
GRIP Learning Center
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา
ลิงก์ไปยัง Toyo Website
ลิงก์ไปยัง Nitto Website
ลิงก์ไปยัง Nankang Website
ลิงก์ไปยัง Advance Website

Copyright © 2024 GRIP TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้