สินค้า รุ่นยาง ยางรถ EV/OEM โปรโมชั่น แกลเลอรี่ ข่าวสาร/ความรู้ ค้นหาสาขา
ฮับริงคืออะไร? เปลี่ยนล้อแม็กแล้วรถสั่นต้องใส่ฮับริงหรือไม่

ฮับริงคืออะไร? เปลี่ยนล้อแม็กแล้วรถสั่นต้องใส่ฮับริงหรือไม่

หลังเปลี่ยนล้อแม็ก ผู้ใช้บางรายอาจพบว่าพวงมาลัยหรือรถเริ่มสั่นเมื่อใช้ความเร็ว ทั้งที่ยางได้รับการถ่วงล้อแล้ว หนึ่งในจุดที่ควรตรวจคือ รูดุมกลางของล้อหรือ Center Bore ว่ามีขนาดพอดีกับดุมรถหรือไม่

ล้อแต่งจำนวนหนึ่งผลิตรูดุมกลางให้มีขนาดใหญ่ เพื่อให้ล้อรุ่นเดียวกันสามารถนำไปจับคู่กับรถได้หลายแบบ หากรูดุมล้อใหญ่กว่าส่วนดุมที่ใช้จัดตำแหน่งล้อ อาจต้องติดตั้ง ฮับริง หรือ Hub Centric Ring เพื่อเติมช่องว่างและช่วยให้ล้ออยู่กึ่งกลางดุมอย่างแม่นยำก่อนขันน็อตหรือโบลต์ล้อ

ฮับริงไม่ได้ใช้เปลี่ยนรูน็อต ไม่ได้แก้ค่า Offset และไม่ได้ทำให้ล้อที่ผิดสเปกกลายเป็นล้อที่ใช้กับรถได้ แต่เป็นอุปกรณ์จัดกึ่งกลางสำหรับชุดล้อที่ออกแบบให้ใช้ร่วมกับฮับริงเท่านั้น

หากรถสั่นหลังเปลี่ยนล้อแต่ง ควรตรวจทั้งฮับริง การถ่วงล้อ ล้อคด ยางเสียรูป น็อตล้อ และพื้นผิวดุม ไม่ควรซื้อฮับริงมาใส่โดยเดาขนาดหรือสรุปว่ารถสั่นทุกกรณีเกิดจากฮับริงหาย

 

ฮับริงคืออะไร

ฮับริงหรือ Hub Centric Ring เป็นวงแหวนที่ติดตั้งระหว่าง

  • รูดุมกลางของล้อ หรือ Wheel Center Bore

  • บ่าดุมของรถ หรือ Hub Pilot

หน้าที่คือเติมช่องว่างเมื่อรูดุมของล้อมีขนาดใหญ่กว่าบ่าดุมรถ ช่วยนำล้อเข้าสู่ตำแหน่งกึ่งกลางเดียวกับแกนหมุนของดุมก่อนที่น็อตหรือโบลต์ล้อจะถูกขันจนได้แรงยึดตามข้อกำหนด

ฮับริงอาจเรียกด้วยชื่ออื่น เช่น

  • Hub Ring

  • Hub Centric Ring

  • Centering Ring

  • Spigot Ring

  • Wheel Centering Ring

  • แหวนรองดุมล้อ

  • แหวนจัดศูนย์ล้อ

แม้ชื่ออาจต่างกัน แต่ต้องตรวจให้ชัดว่าอุปกรณ์นั้นออกแบบสำหรับจัดกึ่งกลางระหว่างล้อกับดุม ไม่ใช่ Spacer สำหรับดันล้อออกจากดุม

 

Center Bore คืออะไร

Center Bore คือรูวงกลมขนาดใหญ่ตรงกลางล้อ ใช้สวมผ่านส่วนดุมของรถเมื่อติดตั้งล้อ

ค่ารูดุมมักระบุเป็นมิลลิเมตร เช่น

  • 54.1 มม.

  • 56.1 มม.

  • 57.1 มม.

  • 64.1 มม.

  • 66.1 มม.

  • 67.1 มม.

  • 72.6 มม.

  • 73.1 มม.

ตัวเลขเหล่านี้เป็นเพียงตัวอย่าง ไม่ควรนำไปเลือกใช้จากยี่ห้อรถอย่างเดียว เพราะรถคนละรุ่น ปี รุ่นย่อย หรือระบบขับเคลื่อนอาจใช้ขนาดดุมต่างกัน

ก่อนเลือกฮับริงต้องทราบตัวเลขอย่างน้อยสองค่า ได้แก่

  1. ขนาดรูดุมกลางของล้อ

  2. ขนาดบ่าดุมของรถ

หากไม่ทราบค่าที่แน่นอน ควรตรวจจาก Specification ของล้อและรถ หรือวัดด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม ไม่ควรใช้ไม้บรรทัดหรือประมาณจากสายตา

 

วิธีอ่านขนาดฮับริง

ฮับริงมักระบุขนาดด้วยตัวเลขสองค่า เช่น

73.1–66.1 มม.

โดยทั่วไปหมายถึง

  • เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกของฮับริง 73.1 มม. สำหรับใส่ในรูดุมของล้อ

  • เส้นผ่านศูนย์กลางภายในของฮับริง 66.1 มม. สำหรับสวมกับบ่าดุมรถ

ลำดับการเขียนอาจต่างกันตามผู้ผลิต จึงควรยืนยันคำว่า Outer Diameter หรือ OD และ Inner Diameter หรือ ID ก่อนสั่งซื้อ

ฮับริงต้องพอดีกับทั้งสองด้าน หากเลือกผิดอาจเกิดกรณีต่อไปนี้

  • ใส่เข้าไปในล้อไม่ได้

  • หลวมอยู่ในรูดุมล้อ

  • สวมเข้ากับดุมรถไม่ได้

  • วงแหวนค้างบนดุม

  • ล้อไม่สามารถแนบกับหน้าดุมได้

  • ล้อดูเหมือนติดตั้งได้แต่ยังไม่อยู่กึ่งกลาง

  • ฮับริงแตกหรือเสียรูปเมื่อขันล้อ

ไม่ควรขัด เจียร เผา หรือตอกฮับริงเพื่อบังคับให้เข้ากับขนาดที่ไม่ตรงกัน

 

ล้อแบบ Hub-Centric คืออะไร

ล้อแบบ Hub-Centric ได้รับการออกแบบให้รูดุมกลางจับพอดีกับบ่าดุมของรถ หรือใช้ฮับริงที่ตรงขนาดเพื่อช่วยจัดตำแหน่ง

เมื่อสวมล้อเข้ากับดุม ล้อจะถูกนำให้อยู่กึ่งกลางได้สม่ำเสมอก่อนขันน็อตหรือโบลต์ล้อ

ล้อเดิมจากโรงงานจำนวนมากออกแบบให้รูดุมตรงกับรถรุ่นนั้นอยู่แล้ว จึงมักไม่ต้องใช้ฮับริงเพิ่ม แต่ไม่ควรสรุปว่าล้อเดิมหรือล้อ Replica ทุกวงมีขนาดตรงเสมอ ต้องตรวจจาก Specification จริง

การที่ล้ออยู่กึ่งกลางไม่ได้หมายความว่าฮับริงทำหน้าที่รับน้ำหนักรถแทนน็อตล้อ หน้าที่หลักของฮับริงคือช่วยจัดตำแหน่ง ส่วนการยึดล้อกับดุมยังต้องอาศัย

  • หน้าสัมผัสล้อกับดุม

  • น็อตหรือโบลต์ที่ถูกประเภท

  • รูปทรงบ่าน็อตที่ถูกต้อง

  • ลำดับการขัน

  • แรงบิดตามข้อกำหนด

  • พื้นผิวที่สะอาดและแนบสนิท

ฮับริงจึงไม่สามารถชดเชยการขันล้อที่ไม่ถูกต้องได้

 

ล้อแบบ Lug-Centric คืออะไร

ล้อบางระบบได้รับการออกแบบให้ใช้น็อตหรือโบลต์ล้อช่วยจัดตำแหน่ง โดยรูดุมกลางอาจไม่ได้จับพอดีกับบ่าดุมรถ ลักษณะนี้มักเรียกว่า Lug-Centric

ระบบดังกล่าวสามารถใช้งานได้เมื่อ

  • ล้อถูกออกแบบมาสำหรับการติดตั้งแบบนั้น

  • รูน็อตและ PCD ถูกต้อง

  • ใช้น็อตหรือโบลต์ตรงประเภท

  • รูปทรงบ่าน็อตตรงกับล้อ

  • ขันตามลำดับอย่างเหมาะสม

  • ใช้แรงบิดตามข้อกำหนด

  • หน้าล้อแนบกับดุมเต็มพื้นที่

ไม่ควรเหมารวมว่าล้อแบบ Lug-Centric ทุกวงต้องติดฮับริง หรือ Hub-Centric ดีกว่าในทุกการใช้งาน การติดตั้งต้องเป็นไปตามการออกแบบของล้อ รถ และอุปกรณ์ยึดที่ใช้จริง

 

ทำไมล้อแต่งจึงมีรูดุมใหญ่กว่ารถ

ผู้ผลิตล้อแต่งอาจออกแบบล้อหนึ่งรุ่นให้รองรับรถหลายรุ่นที่ใช้

  • เส้นผ่านศูนย์กลางล้อเท่ากัน

  • ความกว้างล้อใกล้เคียงกัน

  • PCD ตรงกัน

  • จำนวนรูน็อตเท่ากัน

  • Offset อยู่ในช่วงที่เหมาะสม

แต่รถเหล่านั้นอาจมีขนาดบ่าดุมต่างกัน การผลิตรูดุมกลางให้ใหญ่แล้วใช้ฮับริงเฉพาะขนาดช่วยลดจำนวนแม่พิมพ์หรือรหัสล้อที่ต้องผลิต

อย่างไรก็ตาม การที่ PCD ตรงและรูดุมใหญ่พอไม่ได้ยืนยันว่าล้อนั้นใช้กับรถได้ ต้องตรวจข้อมูลอื่นร่วมด้วย เช่น

  • ความกว้างล้อ

  • Offset หรือ ET

  • พิกัดรับน้ำหนัก

  • รูปทรงรูน็อต

  • ระยะห่างจากคาลิเปอร์เบรก

  • ความยาวน็อตหรือโบลต์

  • พื้นที่ในซุ้มล้อ

  • ขนาดยาง

  • ข้อกำหนดของผู้ผลิตล้อและรถ

อ่านรายการที่ควรตรวจเพิ่มเติมได้จาก เปลี่ยนล้อแม็กใหญ่ขึ้น ต้องเปลี่ยนยางอย่างไร?

 

รถสั่นเพราะไม่มีฮับริงได้อย่างไร

หากรูดุมของล้อใหญ่กว่าบ่าดุมรถและชุดล้อนั้นออกแบบให้ใช้ฮับริง ล้ออาจไม่ได้อยู่กึ่งกลางอย่างแม่นยำระหว่างการติดตั้ง

แม้ความคลาดเคลื่อนจะมีขนาดเล็ก แต่เมื่อล้อหมุนด้วยความเร็วสูง จุดศูนย์กลางของชุดล้ออาจไม่ตรงกับแกนของดุม ทำให้เกิดแรงสั่นเป็นจังหวะ

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • พวงมาลัยสั่นเมื่อเพิ่มความเร็ว

  • ตัวรถหรือเบาะสั่น

  • อาการเกิดหลังเปลี่ยนล้อแต่ง

  • ถอดล้อแล้วใส่กลับ อาการเปลี่ยนไป

  • ถ่วงล้อบนเครื่องผ่าน แต่ติดตั้งบนรถแล้วยังสั่น

  • ล้อบางวงสั่นมากกว่าวงอื่น

  • อาการลดลงชั่วคราวหลังถอดและติดตั้งใหม่

  • สั่นในช่วงความเร็วหนึ่ง แต่ความเร็วต่ำอาจยังรู้สึกปกติ

อาการเหล่านี้ยังเกิดจากสาเหตุอื่นได้ จึงไม่ควรใช้แรงสั่นเพียงอย่างเดียวเพื่อวินิจฉัยว่าฮับริงหาย

 

ถ่วงล้อแล้วทำไมยังสั่นได้

การถ่วงล้อและการจัดล้อให้อยู่กึ่งกลางดุมเป็นคนละขั้นตอน

 

การถ่วงล้อ

เครื่องถ่วงจะหมุนชุดยางและล้อบนแกนของเครื่อง แล้วคำนวณตำแหน่งตุ้มถ่วงเพื่อแก้ความไม่สมดุลของน้ำหนัก

 

การจัดล้อบนดุมรถ

เป็นการทำให้ศูนย์กลางของล้อตรงกับแกนหมุนของดุมขณะติดตั้งจริง

ชุดล้อจึงสามารถสมดุลบนเครื่องได้ แต่ยังสั่นบนรถหาก

  • ล้อไม่ได้อยู่กึ่งกลางดุม

  • หน้าดุมมีสนิมหรือสิ่งสกปรก

  • ฮับริงผิดขนาด

  • ฮับริงนั่งไม่สุด

  • น็อตถูกขันจนล้อเอียง

  • ล้อติดกับหน้าดุมไม่เต็มพื้นที่

  • ใช้บ่าน็อตผิดรูปทรง

ในทางกลับกัน การใส่ฮับริงไม่สามารถแก้ชุดล้อที่ถ่วงไม่สมดุลได้ ต้องตรวจทั้งสองเรื่องแยกกัน

อ่านความแตกต่างของบริการได้จาก ตั้งศูนย์ล้อกับถ่วงล้อต่างกันอย่างไร?

 

ฮับริงแก้รถสั่นได้ทุกกรณีหรือไม่

ไม่ได้

ฮับริงช่วยได้เมื่อสาเหตุเกิดจากล้อที่มีรูดุมใหญ่กว่ารถและไม่ได้ถูกจัดกึ่งกลางอย่างถูกต้อง แต่รถสั่นยังอาจเกิดจาก

  • ล้อไม่สมดุล

  • ตุ้มถ่วงหลุด

  • ล้อคดหรือแตกร้าว

  • ยางบวม

  • ยางเสียรูป

  • ขอบยางขึ้นไม่สมบูรณ์

  • ยางหมุนเปลี่ยนตำแหน่งบนล้อ

  • ค่าความกลมหรือ Runout สูง

  • ดอกยางสึกเป็นบั้ง

  • หน้าดุมมีสนิม

  • จานเบรกหรือดุมผิดรูป

  • ลูกปืนล้อมีปัญหา

  • เพลาขับหรือช่วงล่างผิดปกติ

  • น็อตล้อหลวม

  • ใช้น็อตหรือโบลต์ผิดประเภท

หากใส่ฮับริงถูกขนาดแล้วรถยังสั่น ควรตรวจสาเหตุอื่นต่อ ไม่ควรซ้อนฮับริง เพิ่มแผ่นรอง หรือใช้เทปพันเพื่อบังคับให้แน่นขึ้น

อ่านแนวทางแยกอาการเพิ่มเติมได้จาก รถสั่นตอนขับเกิดจากอะไร?

 

รถเดิมใช้ล้อโรงงานต้องใส่ฮับริงหรือไม่

โดยทั่วไปล้อโรงงานที่ตรงกับรถรุ่นนั้นมักมีรูดุมที่ออกแบบให้เข้ากับบ่าดุมอยู่แล้ว จึงไม่ควรต้องเพิ่มฮับริง

แต่ควรตรวจเพิ่มเติมหากล้อที่นำมาใช้เป็น

  • ล้อโรงงานจากรถคนละรุ่น

  • ล้อมือสอง

  • ล้อ Replica

  • ล้อที่ถูกคว้านรูดุม

  • ล้อที่ผ่านการซ่อม

  • ล้อที่ไม่สามารถยืนยันรหัสสินค้า

  • ล้อที่ผู้ขายเรียกว่า “ทรงเดิม” แต่ไม่ได้ผลิตตามสเปกเดิม

  • ล้อที่ใช้ร่วมกับ Adapter หรือ Spacer

คำว่า OEM Style, Replica หรือทรงศูนย์ไม่ได้ยืนยันว่ารูดุม PCD, Offset และพิกัดรับน้ำหนักตรงกับรถ

 

ฮับริงจำเป็นกับล้อแต่งทุกวงหรือไม่

ไม่จำเป็นทุกวง

ฮับริงอาจไม่ต้องใช้เมื่อ

  • รูดุมกลางของล้อพอดีกับบ่าดุมรถอยู่แล้ว

  • ล้อเป็นแบบ Vehicle-Specific ที่ผลิตตรงกับรถ

  • ล้อได้รับการออกแบบเป็น Lug-Centric โดยเฉพาะ

  • ผู้ผลิตล้อกำหนดระบบจัดกึ่งกลางแบบอื่น

  • Adapter ที่ได้รับการออกแบบเหมาะสมทำหน้าที่จัดตำแหน่งตามระบบ

ฮับริงอาจจำเป็นเมื่อ

  • รูดุมล้อใหญ่กว่าบ่าดุมรถ

  • ล้อรุ่นนั้นออกแบบให้ใช้ Hub Centric Ring

  • ผู้ผลิตหรือผู้จำหน่ายระบุขนาดวงแหวนสำหรับรถ

  • รถเริ่มสั่นหลังเปลี่ยนล้อและพบว่าฮับริงขาด หัก หรือผิดขนาด

ไม่ควรติดตั้งฮับริงเพียงเพราะล้อเป็นล้อแต่ง ต้องวัดและตรวจระบบของล้อจริงก่อน

 

ฮับริงรับน้ำหนักรถหรือไม่

ไม่ควรพิจารณาฮับริงเป็นอุปกรณ์เพิ่มพิกัดรับน้ำหนักของล้อ

หน้าที่หลักของวงแหวนคือช่วยจัดล้อให้อยู่กึ่งกลางระหว่างติดตั้ง การยึดชุดล้ออาศัยแรงกดจากน็อตหรือโบลต์ที่ทำให้หน้าล้อแนบกับดุมตามการออกแบบ

ดังนั้น ฮับริงไม่สามารถ

  • เพิ่มพิกัดรับน้ำหนักของล้อ

  • ชดเชยล้อที่รับน้ำหนักไม่เพียงพอ

  • แก้น็อตล้อหลวม

  • ใช้แทนบ่าน็อตที่ถูกต้อง

  • เปลี่ยน PCD

  • เปลี่ยน Offset

  • แก้ล้อคด

  • ทำให้ล้อที่ไม่เข้ากับรถปลอดภัยขึ้น

  • ใช้แทน Adapter ที่ได้รับการออกแบบเฉพาะ

พิกัดของล้อ ยาง ดุม น็อต และชิ้นส่วนรถยังต้องตรงกับข้อกำหนดทั้งหมด

 

ฮับริงพลาสติกกับอะลูมิเนียมต่างกันอย่างไร

ฮับริงที่พบทั่วไปอาจผลิตจากพลาสติกวิศวกรรมหรือโลหะ เช่น อะลูมิเนียม แต่ไม่ควรเลือกจากความรู้สึกว่าโลหะแข็งแรงกว่าจึงต้องดีกว่าเสมอ

 

ฮับริงพลาสติกหรือวัสดุสังเคราะห์

ข้อดีที่อาจพบ ได้แก่

  • น้ำหนักเบา

  • ไม่เกิดสนิม

  • ลดโอกาสยึดติดจากการกัดกร่อนระหว่างโลหะ

  • ถอดออกได้ง่ายในหลายกรณี

  • เหมาะกับการใช้งานรถยนต์นั่งทั่วไปเมื่อวัสดุและขนาดถูกต้อง

ข้อควรตรวจ ได้แก่

  • คุณภาพของวัสดุ

  • ความแม่นยำของขนาด

  • การเสียรูปจากความร้อน

  • รอยแตก

  • ขอบบิ่น

  • การนั่งในรูดุมอย่างสม่ำเสมอ

 

ฮับริงอะลูมิเนียมหรือโลหะ

ข้อดีที่อาจพบ ได้แก่

  • รูปทรงแข็งและคงตัว

  • มีความทนทานเมื่อผลิตได้มาตรฐาน

  • ใช้ในงานที่ผู้ผลิตล้อกำหนด

  • สามารถผลิตให้มีค่าความคลาดเคลื่อนต่ำ

ข้อควรระวัง ได้แก่

  • การกัดกร่อน

  • การยึดติดกับดุมหรือล้อ

  • ความเสียหายจากการตอก

  • ผิวคดหรือบิ่น

  • การใช้โลหะต่างชนิดในสภาพเปียกชื้น

  • การถอดออกโดยใช้แรงจนทำให้ล้อเสียหาย

สิ่งสำคัญกว่าวัสดุคือขนาดต้องตรง วงแหวนต้องอยู่ในสภาพดี และได้รับการออกแบบสำหรับชุดล้อกับรถนั้น

 

ฮับริงโลหะทำให้ล้อหรือดุมเป็นสนิมหรือไม่

อะลูมิเนียมไม่เกิดสนิมแดงแบบเหล็ก แต่สามารถเกิดออกไซด์หรือการกัดกร่อนได้ โดยเฉพาะเมื่อโลหะต่างชนิดสัมผัสกันและมีน้ำ ความชื้น เกลือ หรือสิ่งสกปรกเป็นตัวเร่ง

อาการที่อาจพบ ได้แก่

  • ฮับริงติดแน่นกับล้อ

  • ฮับริงค้างอยู่บนดุม

  • มีคราบสีขาวหรือคราบออกไซด์

  • ถอดล้อได้ยาก

  • หน้าล้อแนบไม่สนิท

  • วงแหวนเสียรูปจากการงัด

  • ใส่ล้อชุดอื่นไม่ได้เพราะฮับริงเดิมยังค้างอยู่

ควรทำความสะอาดตามขั้นตอนที่เหมาะกับวัสดุ และใช้เฉพาะผลิตภัณฑ์ที่ผู้ผลิตล้อหรือรถอนุญาต ไม่ควรทาจาระบีหรือสารกันติดลงบนหน้าสัมผัสโดยคาดเดา เพราะอาจกระทบแรงเสียดทานและค่าการขันน็อต

 

ฮับริงหลวมเล็กน้อยใช้ได้หรือไม่

ไม่ควรตัดสินจากการโยกด้วยมือเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจค่าขนาดและรูปทรงของชิ้นส่วน

ฮับริงที่ไม่พอดีอาจทำให้

  • ล้อไม่ถูกจัดกึ่งกลาง

  • วงแหวนเอียง

  • วงแหวนหลุดระหว่างยกล้อ

  • ล้อกดวงแหวนจนเสียรูป

  • รถยังสั่น

  • ถอดล้อครั้งต่อไปแล้วฮับริงตกหาย

  • เกิดความเข้าใจผิดว่าฮับริงได้แก้ปัญหาแล้ว

ไม่ควรใช้เทป กาว กระดาษ โลหะบาง หรือวัสดุอื่นพันรอบวงแหวนเพื่อเพิ่มขนาด ต้องเปลี่ยนเป็นชิ้นส่วนที่มี OD และ ID ถูกต้อง

 

ถ้าฮับริงแน่นเกินไปควรตอกเข้าไปหรือไม่

ไม่ควรตอกหรือใช้แรงบังคับก่อนตรวจสาเหตุ

วงแหวนที่ใส่ไม่ได้อาจเกิดจาก

  • ขนาดผิด

  • มีสนิมหรือคราบบนดุม

  • สีบริเวณรูดุมหนาเกินไป

  • รูดุมล้อเสียรูป

  • ฮับริงบิดหรือบวม

  • ใส่กลับด้าน

  • เลือกชิ้นส่วนผิดรุ่น

  • มีฮับริงเก่าค้างอยู่

  • ใช้ Adapter หรือ Spacer ที่เปลี่ยนรูปแบบการติดตั้ง

การตอกอาจทำให้ฮับริงแตก ดุมเสียหาย หรือทำให้วงแหวนค้างจนถอดไม่ได้ ควรหยุดและวัดชิ้นส่วนใหม่

 

ฮับริงใส่กลับด้านได้หรือไม่

ขึ้นอยู่กับรูปทรงของผลิตภัณฑ์

ฮับริงบางแบบสมมาตรและใส่ได้ทั้งสองด้าน ขณะที่บางแบบมี

  • ขอบบ่า

  • ปีก

  • แนวล็อก

  • ด้านเรียว

  • ร่อง

  • รูปทรงเฉพาะสำหรับล้อ

  • รูปทรงเฉพาะสำหรับดุม

หากใส่กลับด้าน วงแหวนอาจไม่นั่งสุดหรือทำให้ล้อไม่แนบกับหน้าดุม

ควรตรวจคู่มือ ภาพประกอบ หรือเครื่องหมายของผู้ผลิตก่อนติดตั้ง ไม่ควรสรุปจากสีและขนาดภายนอกเท่านั้น

 

ฮับริงใช้ร่วมกับ Wheel Spacer ได้หรือไม่

การใช้ร่วมกันได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับการออกแบบของ Spacer ล้อ และดุม

Spacer บางแบบมีบ่าจัดกึ่งกลางหรือ Hub-Centric Lip ขณะที่บางแบบเป็นแผ่นเรียบและอาจลดความยาวของบ่าดุมที่เหลือสำหรับจับล้อ

ต้องตรวจอย่างน้อยว่า

  • Spacer ออกแบบมาสำหรับรถหรือไม่

  • มีบ่าจัดกึ่งกลางหรือไม่

  • ล้อยังสวมกับบ่าดุมได้เพียงพอหรือไม่

  • ฮับริงเข้ากับ Spacer หรือดุมส่วนใด

  • ความยาวน็อตหรือโบลต์เพียงพอหรือไม่

  • พิกัดรับน้ำหนักเหมาะสมหรือไม่

  • Offset รวมเปลี่ยนเท่าไร

  • ล้อจะติดซุ้มหรือช่วงล่างหรือไม่

  • ผู้ผลิตอนุญาตให้ใช้ร่วมกันหรือไม่

ไม่ควรซ้อนฮับริงหลายวงหรือใช้วงแหวนอุดช่องว่างแบบดัดแปลงเพื่อแก้ Spacer ที่ไม่ตรงสเปก

 

PCD ตรงแล้วทำไมยังต้องตรวจ Center Bore

PCD หรือ Pitch Circle Diameter บอกตำแหน่งวงกลมของรูน็อตและจำนวนรู ไม่ได้บอกขนาดรูดุมกลาง

ล้อสองวงสามารถมี PCD เท่ากันแต่แตกต่างด้าน

  • Center Bore

  • Offset

  • ความกว้าง

  • พิกัดรับน้ำหนัก

  • รูปทรงบ่าน็อต

  • ระยะห่างคาลิเปอร์เบรก

  • เส้นผ่านศูนย์กลางบริเวณด้านใน

  • ความหนาของหน้าล้อ

ดังนั้น คำว่า “รูน็อตตรง” ไม่เพียงพอสำหรับยืนยันว่าล้อเหมาะกับรถ

หาก Center Bore เล็กกว่าดุม ล้อจะสวมเข้าไม่ได้และไม่ควรถูกคว้านโดยไม่มีข้อมูลจากผู้ผลิต หาก Center Bore ใหญ่กว่า อาจต้องใช้ฮับริงตามการออกแบบของล้อ

 

น็อตล้อมีผลต่อการจัดกึ่งกลางหรือไม่

มีผล โดยเฉพาะล้อที่ออกแบบให้ใช้น็อตหรือโบลต์ช่วยจัดตำแหน่ง

ต้องตรวจรูปทรงบ่าน็อต เช่น

  • บ่ากรวย

  • บ่ากลม

  • บ่าแบน

  • แหวนรองเฉพาะ

  • Shank หรือก้านตรงในระบบที่กำหนด

น็อตที่ขันเข้าเกลียวได้ไม่ได้หมายความว่าจะใช้กับล้อนั้นได้ หากบ่าไม่ตรงอาจ

  • กดล้อผิดตำแหน่ง

  • ทำให้ล้อไม่อยู่กึ่งกลาง

  • สร้างรอยบนรูน็อต

  • คลายตัว

  • ทำให้ล้อเสียหาย

  • ให้ค่าแรงบิดไม่ตรงกับสภาพการยึดจริง

ฮับริงไม่สามารถแก้การใช้น็อตผิดประเภทได้ จึงต้องตรวจทั้งฮับริงและอุปกรณ์ยึดล้อร่วมกัน

 

ทำไมถอดล้อแล้วใส่กลับ รถจึงหายสั่นชั่วคราว

หากล้อมีช่องว่างกับดุมและไม่ได้ถูกจัดกึ่งกลางอย่างแน่นอน ตำแหน่งของล้ออาจเปลี่ยนทุกครั้งที่ถอดและติดตั้ง

การติดตั้งครั้งหนึ่งอาจบังเอิญอยู่ใกล้กึ่งกลาง ทำให้อาการลดลง ขณะที่อีกครั้งอาจคลาดเคลื่อนมากกว่าเดิม

นอกจากนี้ การถอดล้อยังอาจทำให้

  • คราบหรือสนิมหลุดออก

  • ฮับริงขยับกลับเข้าที่

  • ตำแหน่งน็อตเปลี่ยน

  • ตุ้มถ่วงหรือความเสียหายถูกตรวจพบ

  • ล้อหน้าและหลังถูกสลับตำแหน่ง

  • แรงดันลมได้รับการปรับ

การที่อาการเปลี่ยนหลังถอดล้อจึงเป็นข้อมูลสำคัญ แต่ยังไม่ยืนยันสาเหตุเพียงอย่างเดียว

 

วิธีตรวจฮับริงเมื่อรถสั่นหลังเปลี่ยนล้อ

ควรให้ศูนย์บริการตรวจตามลำดับดังนี้

1. ยืนยันข้อมูลล้อ

ตรวจ

  • ยี่ห้อและรุ่นล้อ

  • รหัสสินค้า

  • ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง

  • ความกว้าง

  • Offset

  • PCD

  • Center Bore

  • พิกัดรับน้ำหนัก

  • รูปทรงรูน็อต

2. ตรวจขนาดดุมรถ

ใช้ข้อมูลที่น่าเชื่อถือหรือวัดบ่าดุมอย่างเหมาะสม ไม่ควรเลือกจากยี่ห้อรถเพียงอย่างเดียว

3. ตรวจฮับริงทุกล้อ

ดูว่า

  • มีครบทุกวงที่ต้องใช้

  • ขนาดเหมือนกันตามตำแหน่งที่กำหนด

  • ไม่มีรอยแตก

  • ไม่เสียรูป

  • ไม่หลวม

  • ไม่ค้างซ้อนกัน

  • ใส่ถูกด้าน

  • นั่งสุดกับล้อหรือดุม

4. ทำความสะอาดหน้าสัมผัส

ตรวจสนิม ฝุ่น สีหลุด คราบน้ำมัน และสิ่งสกปรกบริเวณ

  • หน้าดุม

  • บ่าดุม

  • หลังล้อ

  • รูดุมล้อ

  • ฮับริง

5. ตรวจน็อตหรือโบลต์ล้อ

ยืนยันประเภทบ่า ความยาว เกลียว ลำดับการขัน และค่าแรงบิด

6. ตรวจชุดยางและล้อ

ถ่วงล้อ ตรวจล้อคด Runout รูปทรงยาง ตุ้มถ่วง และขอบยาง

7. ทดลองขับ

บันทึกว่าการสั่นเกิดที่ความเร็วใด รู้สึกที่พวงมาลัยหรือเบาะ และเปลี่ยนแปลงหลังติดตั้งใหม่หรือไม่

 

พลาสติกวงเล็กติดอยู่บนดุมต้องเอาออกไหม

หากเป็นฮับริงของล้อชุดเดิม ต้องถอดออกก่อนใส่ล้อที่ไม่ใช้วงแหวนดังกล่าว เช่น ล้อโรงงานที่มีรูดุมตรงกับรถอยู่แล้ว

การปล่อยฮับริงเดิมค้างอยู่สามารถทำให้

  • ล้อใหม่สวมไม่สุด

  • ล้อแนบกับดุมไม่เต็มพื้นที่

  • ล้อเอียง

  • น็อตถูกขันลงบนชุดล้อที่ยังมีช่องว่าง

  • รถสั่น

  • ล้อหรือฮับริงเสียหาย

ทุกครั้งที่สลับระหว่างล้อแต่งและล้อเดิม ควรตรวจว่าฮับริงอยู่กับล้อหรือค้างบนดุม และจัดเก็บแยกตามชุดล้ออย่างชัดเจน

 

ฮับริงแตกยังขับต่อได้หรือไม่

ไม่ควรปล่อยไว้โดยไม่ตรวจ โดยเฉพาะหากล้อนั้นจำเป็นต้องใช้ฮับริงเพื่อจัดกึ่งกลาง

หากพบฮับริงแตก ควรตรวจว่า

  • เศษวงแหวนติดอยู่ระหว่างล้อกับดุมหรือไม่

  • ล้อแนบกับดุมเต็มพื้นที่หรือไม่

  • น็อตล้อยังมีแรงบิดเหมาะสมหรือไม่

  • รถมีอาการสั่นหรือไม่

  • ล้อและดุมมีรอยกระแทกหรือสึกหรือไม่

  • ขนาดของฮับริงเดิมถูกต้องหรือไม่

  • วัสดุเสียรูปจากความร้อนหรือการติดตั้งหรือไม่

ควรเปลี่ยนเป็นชิ้นส่วนที่ตรงขนาดและตรวจชุดล้อใหม่ ไม่ควรต่อวงแหวนด้วยกาวหรือใช้ชิ้นส่วนที่แตกต่อไป

 

ถ้าฮับริงหายหนึ่งล้อ ใส่เฉพาะสามล้อได้หรือไม่

หากชุดล้อกำหนดให้ใช้ฮับริง ควรมีชิ้นส่วนที่ถูกต้องครบทุกล้อ

การขาดเพียงหนึ่งวงสามารถทำให้ล้อนั้นถูกจัดตำแหน่งต่างจากอีกสามล้อและอาจสร้างแรงสั่นได้

ไม่ควร

  • ใช้ขนาดใกล้เคียงแทน

  • ซ้อนวงแหวน

  • พันเทปเพิ่มความหนา

  • ใช้ฮับริงแตก

  • ใส่วงแหวนจากล้อคนละรุ่น

  • ขับทดสอบด้วยความเร็วสูงเพื่อดูว่าจะสั่นหรือไม่

ควรตรวจหมายเลขขนาดและเปลี่ยนชิ้นส่วนให้ตรงก่อนใช้งาน

 

หลังเปลี่ยนฮับริงต้องถ่วงล้อใหม่หรือไม่

การเปลี่ยนฮับริงไม่ได้เปลี่ยนสมดุลน้ำหนักของชุดยางและล้อโดยตรง เพราะวงแหวนไม่ได้หมุนแยกจากล้อเมื่อประกอบแล้ว

อย่างไรก็ตาม ควรตรวจถ่วงล้อหาก

  • รถมีอาการสั่น

  • ไม่ทราบประวัติการถ่วง

  • เพิ่งเปลี่ยนยางหรือล้อ

  • ตุ้มถ่วงหลุด

  • ล้อคด

  • ยางสึกผิดปกติ

  • เคยถ่วงโดยจับล้อบนเครื่องไม่ถูกวิธี

  • ใส่ฮับริงแล้วอาการยังไม่หาย

  • พบความเสียหายอื่นระหว่างถอดล้อ

การตรวจทั้งการจัดกึ่งกลางและสมดุลช่วยป้องกันการแก้เพียงจุดเดียวแล้วพลาดสาเหตุร่วม

 

ตั้งศูนย์ล้อช่วยแก้อาการจากฮับริงได้หรือไม่

ไม่ใช่บริการเดียวกัน

การตั้งศูนย์ล้อเกี่ยวข้องกับมุมของล้อเมื่อเทียบกับรถ เช่น Toe, Camber และ Caster ตามระบบของรถ ส่วนฮับริงเกี่ยวข้องกับตำแหน่งกึ่งกลางของล้อบนดุม

การตั้งศูนย์จึงไม่สามารถทำให้ล้อที่รูดุมหลวมกลับมาอยู่กึ่งกลางได้ และการเปลี่ยนฮับริงก็ไม่สามารถแก้รถดึงหรือยางสึกจากมุมล้อผิดได้

รถอาจมีทั้งสองปัญหาพร้อมกัน จึงต้องตรวจจากอาการและรูปแบบการสึกจริง

 

วิธีเลือกฮับริงให้ตรงกับรถและล้อ

ก่อนซื้อควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้

  1. ยี่ห้อ รุ่น ปี และรุ่นย่อยของรถ

  2. รหัสล้อ

  3. ขนาด Center Bore ของล้อ

  4. ขนาด Hub Pilot ของรถ

  5. PCD และจำนวนรูน็อต

  6. ประเภทน็อตหรือโบลต์

  7. มี Spacer หรือ Adapter หรือไม่

  8. วัสดุที่ผู้ผลิตล้อแนะนำ

  9. รูปทรงฮับริง เช่น มีปีกหรือไม่มีปีก

  10. การใช้งานทั่วไป สมรรถนะสูง หรือบรรทุกหนัก

  11. อุณหภูมิและสภาพแวดล้อมที่ชิ้นส่วนต้องเผชิญ

  12. ข้อกำหนดของผู้ผลิตล้อและรถ

ไม่ควรสั่งซื้อจากสี รูปภาพ หรือเส้นผ่านศูนย์กลางภายนอกเพียงค่าเดียว

 

เช็กลิสต์หลังติดตั้งฮับริงและล้อแม็ก

ก่อนรับรถควรตรวจหรือสอบถามว่า

  • ฮับริงตรงกับ Center Bore ของล้อ

  • เส้นผ่านศูนย์กลางด้านในตรงกับดุมรถ

  • วงแหวนอยู่ครบทุกล้อที่ต้องใช้

  • ฮับริงไม่แตกหรือเสียรูป

  • ล้อแนบกับหน้าดุมเต็มพื้นที่

  • ไม่มีฮับริงเก่าซ้อนอยู่

  • หน้าดุมและหลังล้อสะอาด

  • PCD ถูกต้อง

  • Offset และความกว้างล้อเหมาะสม

  • น็อตหรือโบลต์เป็นประเภทที่ล้อกำหนด

  • ขันน็อตตามลำดับ

  • ใช้ค่าแรงบิดตามข้อกำหนด

  • ล้อได้รับการถ่วง

  • แรงดันลมยางถูกต้อง

  • TPMS ทำงานปกติ

  • ไม่มีเสียงหรือแรงสั่นหลังทดลองขับ

  • ล้อไม่ติดเบรก ช่วงล่าง หรือซุ้มล้อ

  • ได้รับข้อมูลขนาดฮับริงไว้สำหรับการเปลี่ยนครั้งต่อไป

หากมีการถอดล้อภายหลัง ควรแจ้งศูนย์บริการว่าชุดล้อใช้ฮับริง เพื่อป้องกันวงแหวนตกหายหรือค้างอยู่บนดุม

 

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยเกี่ยวกับฮับริง

ควรหลีกเลี่ยงความเข้าใจต่อไปนี้

  • ล้อแต่งทุกวงต้องใส่ฮับริง

  • ล้อโรงงานไม่ต้องตรวจ Center Bore

  • PCD ตรงหมายความว่าล้อใส่ได้แน่นอน

  • ฮับริงใช้เปลี่ยน PCD ได้

  • ฮับริงใช้แทน Wheel Spacer ได้

  • ฮับริงเพิ่มพิกัดรับน้ำหนักของล้อ

  • โลหะดีกว่าพลาสติกทุกกรณี

  • ฮับริงหลวมใช้เทปพันให้แน่นได้

  • วงแหวนแน่นสามารถตอกเข้าไปได้

  • ใส่ฮับริงแล้วไม่ต้องถ่วงล้อ

  • ใส่ฮับริงแล้วไม่ต้องตรวจน็อตล้อ

  • รถสั่นทุกกรณีเกิดจากฮับริงหาย

  • ตั้งศูนย์ล้อแก้การวางล้อไม่อยู่กึ่งกลางได้

  • ใช้ฮับริงหนึ่งขนาดกับรถทุกคันที่ PCD เท่ากันได้

  • ล้อที่ขันน็อตได้หมายความว่าหน้าล้อแนบกับดุมแล้ว

ฮับริงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของระบบติดตั้งล้อ ต้องทำงานร่วมกับล้อ ยาง ดุม น็อต และขนาดทั้งหมดที่เหมาะสม

 

สรุป: ฮับริงช่วยจัดล้อให้อยู่กึ่งกลาง แต่ไม่แก้ล้อผิดสเปก

ฮับริงหรือ Hub Centric Ring เป็นวงแหวนสำหรับเติมช่องว่างระหว่าง Center Bore ของล้อกับ Hub Pilot ของรถ ช่วยจัดตำแหน่งล้อแต่งบางประเภทให้อยู่กึ่งกลางดุมอย่างสม่ำเสมอก่อนขันน็อตหรือโบลต์ล้อ

การเลือกต้องใช้ทั้งขนาดภายนอกที่ตรงกับรูดุมล้อและขนาดภายในที่ตรงกับดุมรถ ไม่ควรเลือกจากยี่ห้อรถ PCD หรือรูปลักษณ์ของฮับริงเพียงอย่างเดียว

ฮับริงไม่ได้ใช้รับน้ำหนักแทนระบบยึดล้อ ไม่เพิ่มพิกัดล้อ ไม่เปลี่ยน Offset และไม่สามารถทำให้ล้อผิด Specification กลายเป็นล้อที่เหมาะกับรถได้

หากรถสั่นหลังเปลี่ยนล้อแต่ง ควรตรวจว่าล้อต้องใช้ฮับริงหรือไม่ วงแหวนอยู่ครบและตรงขนาดหรือไม่ รวมถึงตรวจการถ่วงล้อ ล้อคด ยางเสียรูป หน้าดุม น็อตล้อ และการติดตั้งทั้งระบบ

หากต้องการให้ทีมงานช่วยตรวจขนาด Center Bore, Hub Pilot, ฮับริง ชุดยางและล้อ รวมถึงวิเคราะห์อาการรถสั่นหลังเปลี่ยนล้อแม็ก สามารถค้นหาจุดบริการได้ที่ รายชื่อศูนย์บริการ GRIP

 

ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ GRIP ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://grip.co.th/products/tire/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: http://grip.co.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: http://grip.co.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: http://grip.co.th/news/list

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
บทความ
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก GRIP
สนใจเปิดสาขา
บริการหลังการขาย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
GRIP Learning Center
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา
ลิงก์ไปยัง Toyo Website
ลิงก์ไปยัง Nitto Website
ลิงก์ไปยัง Nankang Website
ลิงก์ไปยัง Advance Website

Copyright © 2024 GRIP TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
บทความ
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก GRIP
สนใจเปิดสาขา
บริการหลังการขาย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
GRIP Learning Center
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา
ลิงก์ไปยัง Toyo Website
ลิงก์ไปยัง Nitto Website
ลิงก์ไปยัง Nankang Website
ลิงก์ไปยัง Advance Website

Copyright © 2024 GRIP TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้