สินค้า รุ่นยาง ยางรถ EV/OEM โปรโมชั่น แกลเลอรี่ ข่าวสาร/ความรู้ ค้นหาสาขา
ขับรถลุยน้ำท่วม ต้องตรวจยางและล้ออะไรบ้างก่อนกลับมาใช้งาน?

ขับรถลุยน้ำท่วม ต้องตรวจยางและล้ออะไรบ้างก่อนกลับมาใช้งาน?

หลังขับผ่านถนนน้ำท่วม ผู้ขับอาจเห็นว่ายางยังเก็บลมและรถยังเคลื่อนที่ได้ตามปกติ จึงคิดว่าไม่ต้องตรวจอะไรเพิ่มเติม แต่ใต้น้ำอาจมีตะปู เศษโลหะ กิ่งไม้ หลุม หรือขอบทางที่มองไม่เห็น สิ่งเหล่านี้อาจทำให้ยาง ล้อ หรือช่วงล่างเสียหายโดยยังไม่แสดงอาการทันที การตรวจยางหลังลุยน้ำจึงควรดูทั้งรอยภายนอก แรงดัน และความรู้สึกขณะขับ พร้อมแยกกรณีขับผ่านน้ำตื้นออกจากรถที่จอดแช่หรือจมน้ำ เพราะระดับความเสี่ยงและระบบที่ต้องตรวจแตกต่างกัน





ทำไมน้ำท่วมจึงอาจทำให้ยางเสียหาย?

การสัมผัสน้ำเพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายความว่ายางต้องเสียทันที ประเด็นสำคัญคือสิ่งที่ปะปนอยู่ในน้ำ สภาพถนนที่มองไม่เห็น และแรงกระแทกระหว่างขับ คำแนะนำของ NHTSA เกี่ยวกับรถที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ระบุว่าเศษวัสดุในพื้นที่น้ำท่วมอาจเป็นอันตรายต่อยาง และควรตรวจยางหารอยรั่วเมื่อขับในพื้นที่ดังกล่าว

น้ำอาจซ่อนตะปูและเศษโลหะ

เศษวัสดุอาจฝังในร่องดอกยางโดยไม่ทำให้ยางแบนทันที วัตถุที่ยังคาอยู่สามารถชะลอการรั่วชั่วคราว ผู้ขับจึงอาจพบแรงดันลดในภายหลัง หากเห็นตะปู สกรู หรือโลหะฝังอยู่ ไม่ควรดึงออกเอง เพราะช่องรั่วอาจเปิดกว้างขึ้น ควรบันทึกตำแหน่งและให้ศูนย์บริการประเมิน

หลุมใต้ผิวน้ำอาจทำให้ยางและล้อกระแทก

น้ำขุ่นทำให้ประเมินความลึกและตำแหน่งหลุมได้ยาก เมื่อล้อกระแทก อาจเกิดรอยบวม รอยบาด ขอบล้อเสียรูป หรือศูนย์ล้อเปลี่ยน แม้แก้มยางภายนอกดูมีเพียงรอยถลอกเล็กน้อย ความเสียหายบางส่วนอาจอยู่ด้านในซึ่งต้องใช้อุปกรณ์ช่วยตรวจ

โคลนและสิ่งสกปรกอาจบดบังรอยเสียหาย

คราบโคลนที่เกาะแก้มยางและล้ออาจทำให้มองไม่เห็นรอยฉีก รอยแตก หรือสิ่งแปลกปลอม ก่อนประเมินควรทำความสะอาดอย่างเหมาะสม หลีกเลี่ยงตัวทำละลาย น้ำยารุนแรง และการจ่อเครื่องฉีดแรงดันสูงใกล้ยางหรือวาล์วเกินไป





หลังพ้นน้ำควรตรวจอะไรเป็นอันดับแรก?

เมื่อถึงพื้นที่ปลอดภัย ให้จอดบนพื้นราบ ดับเครื่อง และตรวจรอบรถโดยไม่มุดใต้ท้องรถ หากรู้สึกว่ารถควบคุมผิดปกติ ยางแบน หรือมีเสียงกระแทกต่อเนื่อง ไม่ควรฝืนขับไปยังจุดหมาย ควรขอความช่วยเหลือเพื่อเคลื่อนย้ายอย่างเหมาะสม

ตรวจแก้มยางทั้งด้านนอกและด้านใน

มองหารอยบวม รอยบาด รอยฉีก และโครงสร้างที่โผล่ออกมา ตรวจยางทุกเส้น ไม่ใช่เฉพาะล้อที่รู้สึกว่ากระแทก เพราะเส้นทางใต้น้ำอาจมีสิ่งกีดขวางหลายตำแหน่ง แก้มยางด้านในที่มองไม่ถึงควรให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจบนอุปกรณ์ยกรถที่ปลอดภัย

ตรวจหน้ายางและร่องดอก

ใช้แสงส่องตรวจร่องดอกยางรอบวงเท่าที่ทำได้อย่างปลอดภัย มองหาตะปู เศษแก้ว โลหะ และก้อนวัสดุที่มีคม ไม่ควรใช้มือเปล่าลูบโดยตรง เพราะสิ่งที่ฝังอยู่อาจบาดมือได้ หากมีเศษหินเล็ก ๆ ติดอยู่ ให้แยกออกจากวัตถุที่เจาะเข้าเนื้อยางก่อนดำเนินการ

ตรวจล้อและบริเวณวาล์ว

สังเกตขอบล้อว่ามีรอยคด แตก หรือกระแทกใหม่หรือไม่ ตรวจวาล์วลมและฝาปิดว่าครบและอยู่ในตำแหน่งปกติ หากมีโคลนหนาแน่นเกาะอยู่ในล้อ ไม่ควรใช้ของมีคมขูด เพราะอาจทำให้ล้อหรือชิ้นส่วนอื่นเสียหาย



ควรวัดแรงดันลมยางเมื่อใด?

หากยางยังอยู่ในสภาพที่สามารถตรวจได้อย่างปลอดภัย ให้ใช้เกจที่เชื่อถือได้วัดทุกเส้นและบันทึกตำแหน่ง เปรียบเทียบกับค่าบนป้ายข้อมูลรถหรือคู่มือ ไม่ใช้แรงดันสูงสุดบนแก้มยางเป็นค่าเป้าหมาย อย่างไรก็ตาม ค่าที่วัดทันทีหลังขับอาจไม่ใช่ค่ายางเย็น จึงควรตรวจยืนยันอีกครั้งตามเงื่อนไขที่ผู้ผลิตรถกำหนด

ลมลดเพียงเส้นเดียวต้องหาสาเหตุ

หากยางตำแหน่งเดิมมีแรงดันต่ำกว่าคู่อื่นหรือเติมแล้วลดซ้ำ อาจมีรอยเจาะ วาล์วรั่ว ขอบยางซีลไม่สนิท หรือล้อเสียรูป ไม่ควรเติมลมซ้ำไปเรื่อย ๆ โดยไม่ตรวจ เพราะการคืนแรงดันไม่ได้ซ่อมความเสียหาย

ไฟ TPMS ไม่ขึ้นยังต้องตรวจหรือไม่?

ยังต้องตรวจ ระบบเตือนแรงดันเป็นตัวช่วยและอาจไม่แจ้งความเสียหายทุกประเภท รอยบาดหรือการกระแทกที่ยังไม่ทำให้แรงดันลดถึงเกณฑ์อาจไม่แสดงไฟเตือน การมองยางและวัดแรงดันจริงจึงยังจำเป็นหลังผ่านพื้นที่น้ำท่วม



อาการขณะขับแบบใดควรนำรถเข้าตรวจ?

หลังออกจากพื้นที่น้ำท่วม ควรสังเกตในความเร็วต่ำและสภาพจราจรที่ปลอดภัย หากรถสั่น ดึงไปด้านใดด้านหนึ่ง พวงมาลัยเอียง มีเสียงเป็นจังหวะ หรือแรงดันลด ควรหลีกเลี่ยงความเร็วสูงและนำรถเข้าตรวจ ไม่ควรทดลองขับซ้ำเพื่อดูว่าอาการจะหายเองหรือไม่

พวงมาลัยสั่นหรือรถกระโดดเป็นจังหวะ

อาการอาจเกิดจากโคลนสะสมจนชุดล้อไม่สมดุล ล้อคด ยางเสียรูป หรือความเสียหายอื่น การล้างคราบออกอาจช่วยให้ตรวจได้ชัดขึ้น แต่ไม่ควรสรุปว่าเป็นเพียงโคลนโดยยังไม่ได้ดูสภาพล้อและยาง

รถดึงหรือพวงมาลัยไม่อยู่กึ่งกลาง

อาจเกี่ยวข้องกับแรงดันต่างกัน ศูนย์ล้อเปลี่ยน หรือชิ้นส่วนช่วงล่างได้รับแรงกระแทก ควรแจ้งช่างว่าอาการเริ่มหลังผ่านน้ำและล้อใดกระแทกรุนแรง หากจำได้ พร้อมตรวจรูปแบบการสึกของยางเดิมร่วมด้วย

มีเสียงจากเบรกหลังลุยน้ำ

เสียงหรือความรู้สึกขณะเบรกต้องตรวจระบบเบรกแยกจากยาง ไม่ควรคิดว่าเสียงทุกอย่างเกิดจากเศษวัสดุในดอกยาง หากประสิทธิภาพเบรกผิดปกติ มีไฟเตือน หรือแป้นเบรกตอบสนองต่างจากเดิม ควรงดใช้งานและขอความช่วยเหลือ



รถจอดแช่น้ำต่างจากขับผ่านน้ำอย่างไร?

รถที่จอดแช่หรือมีน้ำเข้าสู่ตัวรถต้องได้รับการประเมินหลายระบบ ไม่ใช่ตรวจเพียงยางและล้อ น้ำอาจกระทบระบบไฟฟ้า ของเหลว เบรก ลูกปืน และชิ้นส่วนอื่นตามระดับน้ำและระยะเวลาที่สัมผัส ไม่ควรสตาร์ตหรือทดลองขับโดยยังไม่ทราบขอบเขตความเสียหาย

รถ EV และไฮบริดต้องระวังระบบแรงดันสูง

หากรถไฟฟ้าหรือไฮบริดถูกน้ำท่วมและสงสัยว่าแบตเตอรี่หรือระบบแรงดันสูงเสียหาย ควรปฏิบัติตามคู่มือรถ ติดต่อผู้ผลิต ศูนย์บริการ หรือหน่วยฉุกเฉินตามสถานการณ์ ไม่ควรสัมผัสสายไฟหรือชิ้นส่วนใต้รถ และไม่ควรชาร์จรถจนกว่าจะได้รับการยืนยันว่าปลอดภัย

บันทึกระดับน้ำและระยะเวลาไว้

ถ่ายภาพจากระยะปลอดภัยและบันทึกว่าน้ำสูงประมาณไหน รถแช่นานเท่าไร และมีการเคลื่อนรถหรือไม่ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ศูนย์บริการและบริษัทประกันประเมินขอบเขตการตรวจได้ดีกว่าการแจ้งเพียงว่ารถลุยน้ำมา



ป้องกันความเสียหายเมื่อต้องเจอถนนน้ำท่วมอย่างไร?

ทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าคือหลีกเลี่ยงถนนที่มีน้ำท่วม โดยเฉพาะเมื่อไม่ทราบความลึก กระแสน้ำ หรือสภาพพื้นด้านล่าง NHTSA แนะนำให้เปลี่ยนเส้นทางเมื่อถนนถูกน้ำท่วมหรือมีสิ่งกีดขวางปิดทาง เพราะผู้ขับมักประเมินกำลังของกระแสน้ำต่ำกว่าความเป็นจริง

ก่อนฤดูฝนควรตรวจแรงดัน ดอกยาง แก้มยาง และยางอะไหล่ หากผลตรวจพบว่ายางเสียหายหรือไม่เหมาะกับการใช้งานต่อ สามารถเริ่มค้นหายางตามขนาดได้จาก หน้าค้นหายางรถยนต์ GRIP แล้วให้ผู้เชี่ยวชาญยืนยันสเปกก่อนติดตั้ง

เมื่อต้องการตรวจยาง ล้อ หรืออาการผิดปกติหลังผ่านน้ำ สามารถค้นหาและโทรสอบถามบริการผ่าน รายชื่อศูนย์บริการ GRIP โดยแจ้งระดับน้ำ อาการที่พบ และประวัติการกระแทกก่อนนัดหมาย





FAQ: คำถามเกี่ยวกับการตรวจยางหลังลุยน้ำ

ยางแช่น้ำแล้วต้องเปลี่ยนทันทีหรือไม่?

ไม่ควรตัดสินจากการสัมผัสน้ำเพียงอย่างเดียว ต้องตรวจรอยเจาะ แรงกระแทก แรงดัน ล้อ และระบบรถตามระดับกับระยะเวลาที่แช่

หลังลุยน้ำควรดึงตะปูออกจากยางไหม?

ไม่ควรดึงเอง เพราะอาจทำให้ช่องรั่วเปิดและลมออกเร็วขึ้น ควรให้ผู้เชี่ยวชาญถอดตรวจและประเมินวิธีซ่อม

ล้างโคลนออกแล้วรถยังสั่น ควรทำอย่างไร?

ควรเข้าตรวจชุดล้อ ยาง การถ่วงล้อ และช่วงล่าง เพราะล้อคดหรือยางเสียรูปอาจเกิดร่วมกับคราบสะสมได้

ไฟลมยางไม่ขึ้น แปลว่ายางไม่รั่วใช่ไหม?

ไม่ใช่ ต้องวัดแรงดันและตรวจสภาพจริง เพราะรอยรั่วช้าหรือความเสียหายที่ยังไม่ทำให้แรงดันลดมากอาจไม่กระตุ้นไฟเตือนทันที



สรุป

หลังขับรถลุยน้ำท่วมควรตรวจยางทุกเส้นเพื่อหารอยบาด รอยบวม ตะปู และแรงดันที่ลดผิดปกติ พร้อมตรวจล้อ วาล์ว และอาการสั่นหรือรถดึง อย่าดึงวัตถุที่ฝังในยางหรือทดลองขับด้วยความเร็ว หากรถจอดแช่น้ำหรือเป็นรถ EV ต้องตรวจระบบอื่นและความปลอดภัยด้านไฟฟ้าเพิ่มเติม ทางที่ดีที่สุดคือหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ไม่ทราบระดับน้ำ และนำรถเข้าตรวจเมื่อพบความผิดปกติก่อนเดินทางต่อ



ดูรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์และบริการของ GRIP ได้ที่

🔎 ค้นหายางที่เหมาะกับรถคุณ: https://grip.co.th/products/tire/list
🏪 รายชื่อศูนย์บริการทั่วประเทศ: http://grip.co.th/branches/list
🎉 โปรโมชั่นล่าสุด: http://grip.co.th/promotions/list
🗞️ ข่าวสารและกิจกรรม: http://grip.co.th/news/list

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
บทความ
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก GRIP
สนใจเปิดสาขา
บริการหลังการขาย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
GRIP Learning Center
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา
ลิงก์ไปยัง Toyo Website
ลิงก์ไปยัง Nitto Website
ลิงก์ไปยัง Nankang Website
ลิงก์ไปยัง Advance Website

Copyright © 2024 GRIP TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้

สินค้าและบริการ
ยางรถยนต์
ยางรถ EV
บทความ
โปรโมชั่น
แกลเลอรี่
วิดีโอความรู้
ข่าวสาร
ค้นหาสาขา
เกี่ยวกับเรา
รู้จัก GRIP
สนใจเปิดสาขา
บริการหลังการขาย
ลงทะเบียนรับประกันยาง
ตรวจสอบการรับประกัน
GRIP Learning Center
นโยบายการรับประกัน
ติดต่อเรา
ลิงก์ไปยัง Toyo Website
ลิงก์ไปยัง Nitto Website
ลิงก์ไปยัง Nankang Website
ลิงก์ไปยัง Advance Website

Copyright © 2024 GRIP TIRES สงวนสิทธิ์ทุกประการ

|

ข้อกำหนดและเงื่อนไข

|

นโยบายความเป็นส่วนตัว

|

นโยบายการใช้คุกกี้